เรื่องเล่าอาถรรพ์จากพรานป่าเกี่ยวกับ ''เหรียญบาทตราครุฑ ปี2517.
บรรดาพรานป่าจะไม่นิยมแขวนพ ระเข้าป่า เพราะเชื่อว่า พระเครื่องมีคุณทางเมตตาหรื อแคล้วคลาด หากแขวนพระเข้าป่าจะไม่ได้เ จอสัตว์ป่าเลย จะแคล้วคลาดไปหมด ด้วยเหตุนั้น พรานป่าจึงไม่คล้องพระเข้าป ่า
พรานสุขเล่าว่า…จะพกถุงพล าสติกใส ซึ่งข้างในบรรจุด้วยยาสูบขี ้โย ใบตองอ่อนตากแห้ง เปลือกมะขามไว้บดผสมยาสูบ และมีสิ่งหนึ่งที่พรานสุขใช ้เป็นเครื่องราง พกติดตัวเข้าป่าโดยเก็บไว้ในซองยาสูบของแก นั่นคือ…”เหรียญบาทพญาครุ ฑ” ลักษณะตามภาพประกอบเรื่อง เป็นเหรียญที่แกพกเข้าป่าเป ็นประจำ
“แล้วลุงสุขใช้เป็นเครื่องร างยังไงครับ”
การเข้าป่าและพักค้างคืนในป ่านั้น พรานลุงสุขบอกว่าเต็มไปด้วย สิ่งลี้ลับ ตามคำเล่าขานของพรานป่าและค นตัดไม้ จากปากต่อปากของพรานป่าและค นตัดไม้ เล่าขานสืบต่อกันมาว่า หากจะนอนในป่า ไม่ว่าบริเวณใดก็ตาม ให้ตอกตราครุฑ โดยตอกให้ด้านที่เป็นรอยครุ ฑติดไว้เหนือบริเวณที่เราจะ นอน ตอกเสร็จแล้วเก็บเหรียญพกไว ้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับพรานสุข ในค่ำคืนแห่งการเผชิญกับผีป ่านางไม้ พรานสุขเอง ได้ขูดเปลือกโคนไม้ใหญ่ ขูดให้เรียบ แล้วตอกตราครุฑประทับติดไว้ เพื่อป้องกันสิ่งลี้ลับตามค ำพรานและคนตัดไม้บอก และก็ได้ผลเป็นที่ปรากฏ…จ ากเผชิญกับ “ผีป่า..นางไม้..”
“เหรียญบาทพญาครุฑ” จึงเป็นเครื่องรางที่ผู้เดิ นป่า พรานไพร คนตัดไม้ พกติดตัวเข้าป่าเพื่อป้องกั นสิ่งลี้ลับ…แค่เหรียญบาท ตราครุฑเท่านั้น ไม่ต้องผ่านพิธีกรรมการปลุก เสกแต่อย่างใด
บทสรุป….กระผมเคยได้ยินเร ื่องเล่าเกี่ยวกับเหรียญบาท ตราครุฑ ซึ่งผมขออนุญาตเรียกว่า “เหรียญบาทพญาครุฑ” ก็แล้วกัน เป็นการเพิ่มความศักดิ์สิทธ ิ์และความยิ่งใหญ่ของ “พญาครุฑ” ซึ่งผู้เฒ่าท่านหนึ่งเคยเล่ าให้ผมฟังว่า สมัยที่ท่านเคยตัดไม้และล่อ งไม้ไปตามแม่น้ำปิง ไม้บางท่อนไม่ยอมไหลไปตามกร ะแสน้ำ บางท่อนอยู่นิ่งลักษณะคล้าย การไหลทวนน้ำ ผู้เฒ่าท่านนี้ จึงเอา “เหรียญบาทตราครุฑ” ตอกลงไปที่หัวไม้ท่อนนั้น ปรากฏว่า ไม้ท่อนนั้นพลิกตัวหมุนกลิ้ งไปมาอย่างน่าแปลกประหลาด ก่อนจะไหลไปตามกระแสน้ำ เช่นเดียวกับหมอผีบางท่านหา กตรวจพบว่า “ผีสัมภเวสี” เข้ามาสิงสู่ในเสาบ้าน ทำให้คนในบ้านอยู่ไม่เป็นปก ติสุข “หมอผี” ก็จะตอกเหรียญตราครุฑให้จมห ายไปในเนื้อไม้ทั้งเหรียญ เป็นการสะกดภูตผีให้อยู่ในภ พในภูมิ ไม่ให้ออกมารบกวนใคร…และย ังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏ ิหาริย์เหรียญบาทตราพญาครุฑ ในส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ ลับจากแนวป่าดิบหรือจากประส บการณ์ในชีวิตประจำวันอยู่อ ีกมาก แล้วแต่นักนิยมป่าหรือท่านใ ด จะได้พบได้เจอ “เหรียญบาทตราพญาครุฑ” จึงนับว่าเป็นวัตถุที่มีควา มขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองมา กมายนัก
ตำนานพญาครุฑ
ในตำนานเมืองฟ้าป่าหิมพานต์ นั้นมีเรื่องราวของสัตว์ที่ มีอิทธิฤทธิ์มากมายหลายชนิด เช่น ราชสีห์ คชสีห์ อันมีลำตัวเป็นสิงห์แต่มีศี รษะเป็นช้าง กินรี กินนรและสัตว์แปลก ๆ อีกมากมาย ในบรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้นมี สองอย่างที่นับว่าเป็นเทพเด รัจฉานมีฤทธิ์มากคือ หนึ่งเป็นพญานาคราชจ้าวแห่ง บาดาล และอีกหนึ่งคือพญาครุฑจ้าวแ ห่งเวหา
นาคและครุฑต่างเป็นสัตว์ที่ คู่กันตามตำนาน มีเรื่องราวเล่ากันว่าสัตว์ กายสิทธิ์ทั้งสองนี้มีบิดาเ ดี่ยวกันคือมหาฤาษีกัสยปะเท พบิดรแต่คนละแม่โดยพญาครุฑน ั้นมีมารดาเป็นภรรยาหลวง ส่วนนาคนั้นมีแม่เป็นภรรยาค นรอง นางทั้งสองนี้ไม่ถูกกันมีเร ื่องกันตลอดจนในที่สุดความผ ิดใจกันนี้ลามไปถึงลูกของตน
ด้วย จึงเป็นเหตุให้นาคและครุฑไม ่ถูกกันในเวลาต่อมา
“แล้วลุงสุขใช้เป็นเครื่องร
การเข้าป่าและพักค้างคืนในป
“เหรียญบาทพญาครุฑ” จึงเป็นเครื่องรางที่ผู้เดิ
บทสรุป….กระผมเคยได้ยินเร
ตำนานพญาครุฑ
ในตำนานเมืองฟ้าป่าหิมพานต์
นาคและครุฑต่างเป็นสัตว์ที่
ด้วย จึงเป็นเหตุให้นาคและครุฑไม
พญานาคนั้นมีวิมานอันเป็นทิ พย์อยู่ในบาดาล ส่วนครุฑก็มีวิมานทิพย์อยู่ ที่เชิงเขาไกรลาส กล่าวว่าองค์พญาครุฑนั้นมีน ามว่าท้าวเวนไตย เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวสุบรรณ มีกายเป็นรัศมีสีทองมีเดชอำ นาจมากที่สุดในหมู่ครุฑทั้ง หลายอาศัยเกาะอยู่ตามต้นงิ้ ว อาศัยผลงิ้วและน้ำดอกไม้จาก ต้นงิ้วเป็นอาหารทิพย์ ลูกพญาครุฑจะโตขึ้นนับเวลาอ ายุเป็นข้างขึ้นข้างแรมตามจ ันทรคติ เติบโตด้วยบุญกุศลที่เคยทำม า หากลูกครุฑตนใดที่มีบุญญาธิ การมามาก อำนาจบุญจะบันดาลให้เกิดผลง ิ้วทิพย์และน้ำหวานจากดอกไม ้มาบำเรอลูกครุฑตนนั้น ๆ และลูกครุฑตนดังกล่าวจะจำเร ิญวัยได้อย่างรวดเร็ว
ครุฑเป็นสัตว์กึ่งโอปปาติกะ หรือกึ่งพวกกายทิพย์คล้ายชา วลับแลและพวกพญานาคอยู่อีกม ิติหนึ่งจากโลกของเรา ผู้ที่จะสามารถพบเห็นครุฑได ้ต้องเคยมีบุญร่วมกับพวกเขา มาจึงสามารถรับรู้ถึงกันและ กันได้ เหมือนกับผู้ที่สามารถติดต่ อกับพญานาคได้ก็เช่นกันล้วน ต้องเป็นผู้ที่มีวาสนาต่อกั นมาตั้งแต่อดีตทั้งนั้นไม่ใ ช่เรื่องสาธารณะที่จะรู้กัน ได้ทั่วไปเช่นเรื่องสามัญ
เรื่องของครุฑเป็นเรื่องราว ที่มีความอัศจรรย์โลดโผนยิ่ งกว่าเรื่องราวของพญานาคเสี ยด้วยซ้ำไป แต่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้กันเพ ราะไม่ได้ศึกษาและอาจไม่ค่อ ยสนใจเท่าใดนัก ความเป็นจริงแล้วเรื่องครุฑ เป็นเรื่องที่น่าศึกษามาก เพราะทางฮินดูเขานับถือครุฑ ว่าเป็นเทพเจ้าสำคัญพระองค์ หนึ่ง แม้ในทางไทยเราเอง ทางไสยศาสตร์ก็ให้ความนับถื อเกี่ยวกับครุฑนี้มาก ดูอย่างตราแผ่นดินเองก็มีรู ปลักษณะเป็นครุฑ จึงน่าสนใจว่า ?ครุฑ? นั้นคงมีอานุภาพบางอย่างและ น่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ในอีกมิติหนึ่งเช่นเดียวกัน กับพญานาค ถ้าท่านเชื่อว่าพญานาคมีจริ ง พญาครุฑก็ย่อมมีจริงเช่นกัน
พลังอำนาจที่เทียบเท่า พระผู้เป็นเจ้า
อำนาจของพญาครุฑนั้นท่านว่า ลึกลับมากนัก ในตำนานของฮินดูกล่าวว่าตั้ งแต่แรกเกิดมานั้นพญาครุฑก็ มีรัศมีกายที่สว่างไสวเป็นท ี่ อัศจรรย์ ส่อให้รู้ว่าเป็นผู้ที่มีบุ ญญาธิการ มีอานุภาพเป็นอเนกอนันต์ มีฤทธิ์วิชาผาดโผนพิสดารทั้ งนี้มีเรื่องกล่าวไว้อีกว่า ครั้งหนึ่งพญาครุฑเคยลองฤทธ ิ์กับองค์พระนารายณ์มหาเทพห นึ่งในสามของทางศาสนาพราหมณ ์ การรบกันนั้นเป็นที่เลื่องล ือไปทั้งสามโลกธาตุ พญาครุฑสามารถต่อสู้ด้วยควา มสามารถ รบกันไปเท่าใดก็หาแพ้ชนะกัน ไม่ จนในที่สุดพระนารายณ์และพญา ครุฑจึงตกลงกันว่าขอให้เสมอ กันในการรบระหว่างเราและท่า น พระนารายณ์อนุญาตให้พญาครุฑ สามารถอยู่เหนือเศียรตนได้ และพญาครุฑก็นอบน้อมโดยการย ินยอมให้พระนารายณ์สามารถนำ ตนเป็นพาหนะไปยังสถานที่ต่า ง ๆ ได้เช่นกัน
จึงถือกันในหมู่ครูบาอาจารย ์กันต่โบราณว่า “พญาครุฑ” เป็นเทพเดรัจฉานที่มีอานุภา พอิทธิฤทธิ์เทียบเท่าพระผู้ เป็นเจ้าอย่างพระนารายณ์ อานุภาพของครุฑจึงเป็นที่อั ศจรรย์ของทั่วโลกธาตุ นอกจากนี้ยังมีประวัติอีกว่ ารพระอินทร์เองก็เคยลองฤทธิ ์กับพญาครุฑใช้วัชระฟาดพญาค รุฑ แต่องค์พญาครุฑเป็นกายสิทธิ ์หาได้เป็นอันตรายแต่อย่างใ ดไม่ พระอินทร์พยายามอยู่หลายทาง ก็ไม่สามารถทำอันตรายแก่องค ์ครุฑได้ จนพระอินทร์มีความเคารพในอา นุภาพของพญาครุฑว่ามีฤทธิ์เ ดชเทียบเท่าพระผู้เป็นเจ้าจ ริงในที่สุดพญาครุฑจึงได้สล ัดขนตนเองออกมาหนึ่งเส้นให้ แก่พระอินทร์เพื่อเป็นเกียร ติแก่พระอินทร์ด้วยเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าตามตำนานที่กล่ าวมา “พญาครุฑ” เป็นเทพเดรัจฉานที่มีฤทธิ์ท ี่ไม่ธรรมดา ๆ เลยมีอานภาพมาก ด้วยเหตุนี้ครูบาอาจารย์ที่ รู้จักศาสตร์ของครุฑเป็นอย่ างดีจึงนำเอาสัญลักษณ์เกี่ย วกับครุฑ รูปครุฑต่าง ๆ มาทำสมาธิบูชาเพื่อให้เกิดอิทธิพลังงานอันลี้ลับ ทั้งนี้เพื่อการปกป้องคุ้มค รองบ้าง เพื่อความเจริญรุ่งเรืองบ้า ง ดังที่เราจะได้เล่าให้ท่านท ราบต่อไป
สัญลักษณ์ครุฑ สัญลักษณ์แห่งแผ่นดิน
โดยสรุปจากตำนานแล้วครุฑคือ สัตว์หิมพานต์อย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่สัตว์สามัญธรรมดา เพราะพยาครุฑเป็นสัตว์กึ่งเ ทพ เรียกว่า ?เทพเดรัจฉาน? ซึ่งมีอำนาจเทียบเท่าพระผู้ เป็นเจ้าเป็นพาหนะของพระนาร ายณ์อย่างหนึ่งในเมืองไทยเร านับถือว่าพระมหากษัตริย์เป ็นสมมติเทพ เป็นองค์นารายณ์อวตารจึงมีก ารใช้ธงรูปครุฑ และมีครุฑเป็นสัญลักษณ์ประจ ำแผ่นดิน สามารถพบเห็นรูปครุฑได้จากเ อกสารต่าง ๆ ของทางราชการ และนับว่าเอกสารเหล่านั้นเป ็นเอกสารศักดิ์สิทธิ์ หากราชการผู้ที่ทำหน้าที่ผู ้ใดมีความสุจริตจงรักภักดีต ่อแผ่นดิน องค์พระมหากษัตริย์ และหน้าที่ของตน องค์พญาครุฑก็จะส่งพลังปกป้ องให้มีความสุข ความเจริญในหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความเชื ่อว่าหากที่ใดมีอาถรรพ์แรงท ่านให้นำเอาตราครุฑไปติดจะท ำให้อาถรรพ์นั้นเสื่อมสลายไ ปในที่สุด ตราครุฑล้างอาถรรพ์ได้จึงเป ็นที่เชื่อถือกันมาตลอดและไ ด้รับความเคารพบูชาว่าเป็นข องสูง เสมือนหนึ่งตัวแทนแห่งองค์พ ระประมุข ผู้ใดมีสัญลักษณ์ครุฑ รูปครุฑบูชาไว้ย่อมได้อานิส งส์มาก อาทิ มีความเจริญแก่ตัวเองและครอ บครัวเป็นต้น ดังนี้แล้วครุฑจึงเป็นของสู งที่เราควรรู้ควรบูชาอย่างห นึ่ง
คนโบราณมีความเชื่อสืบกันมา ว่า “ครุฑ” นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความเ จริญรุ่งเรือง มหาอำนาจ อย่างเด็กผู้ใดที่เกิดมาแล้ วมีลักษณะปากคล้ายพญาครุฑท่ านว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้มีบ ุญญาธิการมาเกิด ภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่เป็ นโต สมเด็จเจ้าแตงโม พระสังฆราชพระองค์หนึ่งท่าน ก็มีลักษณะปากดังครุฑปรากฏว ่าเป็นผู้มีปัญญาดี และได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ในที่สุด เรื่องครุฑนี้คนโบราณจึงเชื ่อถือกันมาก แม้เครื่องรางที่เกี่ยวกับค รุฑก็เป็นเครื่องรางที่มีคว ามหมายมีอานุภาพโดดเด่นหลาย ประการดังจะได้กล่าวต่อไป
พญาครุฑเครื่องหมายแห่งสิทธ ิอำนาจและความเป็นมงคล
ครุฑนั้นเป็นเครื่องหมายของ ทางราชการอยู่แล้ว เอกสารทางราชการฉบับใด ๆ ก็ล้วนต้องมีเครื่องหมายพญา ครุฑประทับอยู่ด้วยกันทั้งส ิ้น แสดงให้เห็นว่าเป็นเครื่องส ำคัญเป็นตราแผ่นดิน เป็นตราของเจ้าฟ้ามหากษัตริ ย์ เชื่อว่าหากข้าราชการผู้ใดใ ห้ความเคารพนับถือในองค์พญา ครุฑ และซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของต นเอง ข้าราชการผู้นั้นจะมีความสุ ขความเจริญทั้งชีวิตและหน้า ที่การงานสืบไป คุณไสย์อันตรายใด ๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้เพร าะเครื่องหมายของพญาครุฑนี่ สำคัญมากผู้ที่รู้เขาจะไม่ข ้ามไม่เหยียบย่ำ ไม่นำไว้ที่ปลายเท้าเลยเพรา ะเป็นของสูง ของศักดิ์สิทธิ์ หากเคารพนับถือให้ดีอำนาจพญ าครุฑที่มีอยู่ในเอกสารราชก ารจะคุ้มครองผู้นั้นไม่ให้ม ีวันอับจน แต่คนสมัยนี้ไม่ใคร่เชื่อถื อกันเท่าใดนัก เรื่องพญาครุฑจึงดูล้าสมัยไ ปเสีย ไม่เหมือนในสมัยก่อนที่ไหนว ่ากันว่าผีแรง ผีเฮี้ยน เอาตราพญาครุฑไปติดไว้ความอ าถรรพ์ของสถานที่นั้น ๆ ก็จะหายไปในทันที
อำนาจพญาครุฑ
สิทธิอำนาจพญาครุฑสัตว์กายส ิทธิ์ที่ไม่มีผู้ใดสามารถฆ่ าให้ตายได้มีอายุยืนเสมือนว ่า เป็นอมตะนั้น นับเป็นเรื่องลี้ลับที่ผู้ร ู้พยายามค้นคว้า และเสาะหาที่มาแห่งพลังอำนา จดังกล่าว จนเกิดการสร้างเครื่องรางต่ าง ๆ ขึ้น อำนาจพญาครุฑสามารถจำแนกได้ ถึง ๘ ประการ โดยนับเอาอำนาจหลัก ๆ ได้ดังนี้คือ
๑. เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด
๒. สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไ สย์ทั้งปวง ภูติผีปิศาจกลัวไม่กล้าเข้า ใกล้
๓. เป็นสื่อนำความเจริญรุ่งเรื อง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตห น้าที่การงาน
๔. ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพัน
๕. เป็นเมตตามหานิยม
๖. นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้
๗. ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคล าภนานาประการ
๘. สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ อสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใ กล้ เพราะเกรงตบะบารมีขององค์พญ าครุฑเป็นที่สุด
อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี ้อีกมาก แล้วแต่ท่านใดจะรู้จักใช้ ในตำราทางไสยเวทพุทธาคมมีทั ้งการใช้ยันต์ครุฑให้ผลดีใน ทางคงกระพันชาตรี มีนะพญาครุฑใช้ลงตบเข้าหน้า ผากเป็นคงกระพันชาตรีกันเขี ้ยวงาอสรพิษได้ ทั้งนะพญาครุฑนี้เมื่อประสิ ทธิ์ลงไปยังตัวคนผู้ใดแล้วย ังสามารถทรหดอดทน เดินไกลไม่เหนื่อย เป็นวิชาตัวเบาชั้นยอด และเป็นเมตตามหานิยมชั้นสูง อีกด้วย ยังมีคาถาพญาครุฑซึ่งเมื่อก ล่าวพระคาถานี้งูพิษรวมไปจน ถึงตะขาบแมงป่องและสัตว์ร้า ยต่าง ๆ ทั้งหลายจะหลบหนีไปสิ้นโดยพ ระคาถาพญาครุฑท่านว่าดังนี้
“โอม…พญาครุฑจะเห็นผล หลีกไปให้พ้น พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ”
ก่อนว่าพระคาถานี้ให้นมัสกา รพระรัตนตรัยเสียก่อนด้วยนะ โม ๓ จบและท่องพระคาถานี้ก่อนออก เดินทางตั้งสติส่งจิตไปถึงพ ญาครุฑจะปลอดภัยทุกประการ.. .
ครุฑเป็นสัตว์กึ่งโอปปาติกะ
เรื่องของครุฑเป็นเรื่องราว
พลังอำนาจที่เทียบเท่า พระผู้เป็นเจ้า
อำนาจของพญาครุฑนั้นท่านว่า
จึงถือกันในหมู่ครูบาอาจารย
จะเห็นได้ว่าตามตำนานที่กล่
สัญลักษณ์ครุฑ สัญลักษณ์แห่งแผ่นดิน
โดยสรุปจากตำนานแล้วครุฑคือ
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความเชื
คนโบราณมีความเชื่อสืบกันมา
พญาครุฑเครื่องหมายแห่งสิทธ
ครุฑนั้นเป็นเครื่องหมายของ
อำนาจพญาครุฑ
สิทธิอำนาจพญาครุฑสัตว์กายส
๑. เป็นมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด
๒. สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไ
๓. เป็นสื่อนำความเจริญรุ่งเรื
๔. ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพัน
๕. เป็นเมตตามหานิยม
๖. นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้
๗. ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคล
๘. สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูเงี้ยวเขี้ยวขอ อสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใ
อำนาจพญาครุฑยังมีมากกว่านี
“โอม…พญาครุฑจะเห็นผล หลีกไปให้พ้น พญาหนจะเดินทาง เคาะงอ เคาะงอ”
ก่อนว่าพระคาถานี้ให้นมัสกา
ที่มา – siamvariety


แสดงความคิดเห็น