10 สาขาวิชาสุดแปลก ที่มีการเรียนจริงสอนจริง ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก

ทุกวันนี้มีอะไรแปลกๆ เต็มไปหมด แม้กระทั่งวิชาเรียนที่เราไม่คิดว่าจะมีการเรียนการสอนแบบนี้ในมหาวิทยาลัย แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้แม้กระทั่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก ที่คิดค้นวิชาแปลกๆ มาให้นักเรียนได้ตื่นตาตื่นใจ ซึ่งมีการเรียนจริง สอนจริง สาขาวิชาแปลกๆ ที่ว่ามานี้มีวิชาอะไรกันบ้างมาดูกันเลย
#1
สาขาวิชาอวัยวะเพศศึกษา (The Phallus)
หลักสูตรวิชานี้เป็นของวิทยาลัย “Occidental College” ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลักสูตรที่เจาะลึกเกี่ยวกับลึงค์และอวัยวะเพศ, ความหมายของลึงค์, phallologocentrism, ลึงค์เลสเบี้ยน, ลึงค์ยิวลึงค์ละติน และความสัมพันธ์ของลึงค์และไสยศาสตร์ เพื่อจะนำมาซึ่งทฤษฎีที่สำคัญ และความยุติธรรมทางสังคมด้วย
ภาพประกอบอาจจะไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

#2
สาขาวิชาว่าด้วยความโง่ (Stupidity)
วิทยาลัยออกซิเดนทอล (Occidental College) วิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเกิ้ลร็อค ใกล้กับลอสแอนเจลิส ได้เปิดหลักสูตรวิชาว่าด้วยความโง่ (Stupidity) ที่มีเนื้อหาวิชาเกี่ยวกับสมติฐานเรื่องความโง่ โดยจะหาบทพิสูจน์ว่าคุณโง่จริงหรือเปล่า โง่เรื่องอะไร เรื่องอวัยวะหรือเรื่องผู้หญิง และเมื่อเรียนจนสำเร็จการศึกษาออกมาก็จะได้รู้สักทีว่าเราโง่หรือฉลาดกันแน่
#3
สาขาวิชาสังคมธุรกิจสื่อลามก (Cyberporn and Society)
The State University of New York at Buffalo ได้เปิดสอนวิชา “Cyberporn and Society” ในระดับปริญญาตรี เอาใจหนุ่มๆ โดยเฉพาะ
นักศึกษาสามารถสำรวจเว็บไซต์ลามกทางอินเทอร์เน็ต และตรวจสอบประเด็นของความลามกอนาจาร สิ่งที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมหนังโป๊เรตต่างๆ ในโลกไซเบอร์ และการกำหนดภาพลามกอนาจารในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพราะอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่ มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญต่อปี ดังนั้น ชั้นเรียนนี้จึงเป็นการสำรวจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เพื่อที่นักเรียนจะมีโอกาสต่อยอดธุรกิจในด้านหนังผู้ใหญ่ต่อไป

ถ้าจบสาขานี้นักเรียนคงจะมีไอเดียการทำการตลาดที่ดี โดยไม่ต้องหลอกลวงผู้บริโภค (พวกปกกับคนข้างใน ยังกับคนละคน พูดแล้วเจ็บใจ)

รวมถึงอาจจะได้มีทักษะในการคัดเลือกตัวแสดงระดับสุดยอด

#4
สาขาวิชาคนเหล็กศึกษา (Terminator studies)
มหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในโลกอย่าง “มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University)” ก็ได้เปิดสอนหลักสูตรวิชาแปลกๆ กับเขาเหมือนกันอย่างหลักสูตรวิชา “คนเหล็กศึกษา” (Terminator studies)
เปิดสอนอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ.2010 สร้างความฮือฮาและมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ไม่น้อย โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรนี้คือ มาร์ติน จอห์น รีส หรือท่านลอร์ด รีสแห่งลัดโลว์ วัย 70 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ระดับแถวหน้าของเมืองผู้ดี

เขาเคยออกมาคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่เผ่าพันธุ์มนุษย์อาจถึงคราวต้องล่มสลายหายไปจากโลกภายใน ค.ศ. 2100 จึงได้เปิดหลักสูตรให้มีการศึกษาอย่างจริงจังต่อภัยคุกคามของพวกจักรกลและคอมพิวเตอร์ ที่มีต่อมวลมนุษยชาติ

#5
สาขาวิชาซอมบี้ศึกษา (Zombie Studies)
มหาวิทยาลัยบัลติมอร์ (University of Baltimore) สหรัฐอเมริกา เอาใจคนรักผีดิบ ด้วยการเปิดหลักสูตรวิชา “ซอมบี้ศึกษา” ในระดับปริญญาตรี เกี่ยวกับการวิเคราะห์ภาพยนตร์ผีดิบที่เป็นที่นิยม เพื่อให้นักศึกษารู้เท่าทันภัยคุกคามของพวกซากศพคืนชีพ และเตรียมรับมือวันที่ซอมบี้ออกอาละวาด
จริงๆ น่าจะรับ 2 คนนี้มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษานะ (น่าจะช่วยได้เยอะ)

หรือในวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia College) ในชิคาโก ก็มีการเปิดคอร์ส “ซอมบี้ในสื่อยอดนิยม” (Zombies in popular Media) เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ ความสำคัญและทัศนคติต่อผีดิบในภาพยนตร์สยองขวัญและแฟนตาซีเกี่ยวกับซอมบี้ ซึ่งมาจากสื่อทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาประวัติของชาววูดูในประเทศเฮติ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของซอมบี้อีกด้วย

#6
สาขาวิชาเดินยังไงไม่ให้เบื่อ (Art of Walking)
ศาสตร์แห่งการเดินนี้ไม่ใช่วิชาที่เรียนเพื่อพัฒนาบุคลิกหรือเดินเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด แต่สาขาวิชานี้เริ่มต้นจาการที่สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งที่เมืองแดนวิลล์ รัฐเคนทักกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญหากเทียบกับเมืองอื่นๆ
การจะเดินไปยังร้านขายของชำขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ห่างไกลไปหลายไมล์ อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเซ็งและเบื่อหน่ายได้ ดังนั้น จึงได้เปิดหลักสูตร “สาขาวิชาเดินอย่างไรไม่ให้เบื่อ” ขึ้นมา เพื่อให้เรารู้ถึงวิธีการเดินอย่างไรไม่ให้เบื่อ เพื่อที่จะสามารถเดินเท้าเป็นระยะทางไกลๆ ได้ แทนการใช้รถยนต์ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศถือเป็นการช่วยโลกไปอีกทางหนึ่งด้วย

#7
สาขาวิชาล่าท้าผี (Psychology of Exceptional Human Experiences)
เป็นหลักสูตรที่เปิดขึ้นมาสำหรับคนที่มีสัมผัสพิเศษและชอบความลี้ลับโดยเฉพาะ เปิดสอนใน Coventry University ในประเทศอังกฤษ
เนื้อหาของวิชานี้จะเน้นในเรื่องของการสื่อสารกับผี โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการค้นหาผี จากการวัดคลื่นความถี่ การถ่ายภาพ อัดวีดีโอเทป เข้าไปบุกตามบ้านผีสิงที่ร่ำลือ หรือตามสถานที่เฮี้ยนๆ คล้ายกับรายการคนอวดผีในบ้านเรา จากนั้นก็นำหลักฐานต่างๆ ที่ได้มาวิเคราะห์ว่าในสถานที่นั้นมีผีจริงหรือไม่

#8
สาขาวิชาเทคนิคชนะการประกวดนางงาม (How to Win a Beauty Pageant)
หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่เปิดมานานตั้งแต่ปี 1920 จนถึงปัจจุบันของวิทยาลัย “Oberlin College” ประเทศสหรัฐอเมริกา
โดยเปิดสอนเกี่ยวกับวิธีการที่จะชนะการประกวดนางงาม ต้องเรียนรู้ในเรื่องเพศ, ชนชั้น, เพศที่สาม, ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เอกลักษณ์ประจำชาติของสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงการวิเคราะห์วาทกรรม เพื่อเป็นประโยชน์ในการตอบคำถามอย่างไรให้ชนะใจกรรมการ บุคลิกการวางตัวทั้งหลายแหล่ที่จะทำให้คุณเอาชนะคู่แข่งในทุกๆ ทาง

#9
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเป็นฮีโร่ (The Science of Superhero)
เป็นอิทธิพลมาจากการดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ ที่หลายคนมักสงสัยว่า คนอะไรจะเหาะเหินเดินอากาศได้ ดังนั้นมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเออร์ไวน์ (University of California : Irvine) จึงได้เปิดหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์กับการเป็นฮีโร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาควิชา Physics and Astronomy เพื่อไขข้อข้องใจเหล่านั้น
สาขานี้จะศึกษาว่าพวกฮีโร่นั้น บินได้จริงหรือไม่?

โดยเนื้อหาวิชาจะเน้นที่เรื่องราวต่างๆ ของฮีโร่ ไม่ว่าจะเป็น Superman, Batman, Spider-Man, Wonder Woman และอื่นๆ โดยการใช้หลักการวิทยาศาสตร์ เพื่อแก้ข้อสงสัยว่า ซุปเปอร์ฮีโร่เหาะเหินเดินอากาศได้จริงรึเปล่า ถ้าจริงจะทำได้ด้วยวิธีใด โดยอ้างอิงถึงหลักการ ทางวิทยาศาสตร์ แล้วทีนี้จะได้รู้กันว่าเราจะสามารถเรียนแบบฮีโร่ หรือทำแบบที่ฮีโร่ทำได้จริงหรือไม่

#10
สาขาวิชาการออกแบบชีวิต (Designing Your Life)
ปัญหาของนักศึกษาส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยดังๆ มักจะเป็นพวกความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด หลายคนเรียนเก่งแต่ไม่รู้จักวิธีการจัดการชีวิตของตัวเอง ดังนั้นสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) จึงได้เปิดสอน วิชาการออกแบบชีวิต ขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักศึกษา
โดยมีเนื้อหาที่สอนตั้งแต่การใช้ชีวิตให้มีความสุข พอใจกับสิ่งที่มี การจัดการเงินเดือนให้พอใช้จ่ายและมีเงินเก็บ การเข้าสังคม การทำงาน รวมไปถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวอย่างการมีแฟน และการพูดคุยกับพ่อแม่ ซึ่งในตอนแรกได้เปิดสอนเป็นคอร์สสั้นๆ แต่ผลตอบรับที่ได้ดีเกินคาด จึงต้องบรรจุไว้เป็นวิชาประจำไปในที่สุด

ที่มา:https://wtfintheworld.com

แสดงความคิดเห็น