BREAKING NEWS
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วินญาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วินญาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562

โคตรหลอน!!! 20 ภาพถ่ายติดวิญญาณที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่แข็งอย่าดูคนเดียว

โคตรหลอน!!! 20 ภาพถ่ายติดวิญญาณที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่แข็งอย่าดูคนเดียว

วันนี้เราได้รวบรวมภาพถ่ายติดวิญญาณของไทย ทั้งภาพถ่ายจากชาวบ้านทั่วไปและภาพถ่ายจากดาราคนดังที่มีชื่อเสียง จนกลายเป็นข่าวตามหน้าสื่อต่างๆ ซึ่งผมไม่ขอฟันธงว่ามันคืออะไร อยากให้ทุกคนไปชมภาพและตัดสินเอาเองว่ามันคืออะไรกันแน่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลคนโปรดใช้วิจารณาณในการรับชม
1.ภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่กำลังเก็บศพชายคนหนึ่ง ที่ปรากฏว่าในภาพมีเงาคล้ายวิญญาณ ที่กำลังยืนดูศพตัวเองที่เสียชีวิต

2.ภาพถ่ายบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่จังหวัดลำปาง เผยให้เห็นเงาประหลาดอยู่บริเวณหน้าต่าง

3.ภาพของดาราสาว ดิว อริสรา ในรถลีมูซีนที่มาเก๊า ปรากฏว่าขาของเธอในภาพดังกล่าวดูเหมือนกับขาใครก็ไม่รู้ ที่มีสีผิวเข้ม และรอยแผลเป็น รวมถึงขนขาอีกด้วย

4.ภาพถ่ายแฟชั่นของ วิกกี้ สุนิสา เจท ลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง แต่มีคนตาดีเห็นว่ามีขาของใครโผล่ออกมาด้านหลัง

5.ภาพถ่ายในงานวัดแห่งหนึ่ง เผยให้เห็นเงาคล้ายคนนั่งอยู่ข้างบนสุดของชิงช้าสวรรค์


6.ภาพถ่ายบริเวณต้นตะเคียน ที่ติดภาพของเด็กน้อยด้านขวา โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนี้คือใครมาจากไหน

7.ภาพถ่ายที่ติดเงาแปลกๆ คล้ายคน ของเจ้าหน้าที่ อปพร.พัทยา ในขณะย้ายรถสิบล้อไฟไหม้

8.ภาพถ่ายที่ติดเงาดำคล้ายคนที่หน้าต่าง ซึ่งเหมือนกับคุณย่าที่เสียชีวิตไปนานแล้ว

9.ชายลึกลับที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง กลิ่นสีและกาวแป้ง ในปี พ.ศ. 2531 โดยเป็นฉากจบที่กลุ่มนักศึกษากำลังเต้นเฮฮากันอยู่ แต่กลับพบชายลึกลับคนนี้โผล่มาในฉากด้วย ทั้งๆ ที่ตอนถ่ายก็มีใครเห็นชายคนนี้

10.ภาพถ่ายในห้องเช่าแห่งหนึ่งที่จังหวัดปัตตานี เมื่อแม่ถ่ายภาพลูกสาว แต่ติดรูปร่างของหญิงปริศนาขึ้นมาเฉย

11.ภาพถ่ายในตำนาน ที่เห็นเป็นคนนั่งอยู่บนโลงศพอย่างชัดเจน แถมลักษณะสีผิวของเขายังเหมือนคนปกติทั่วไปอีกด้วย

12.ภาพของอาสาสมัครที่กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่ปรากฏใบหน้าแปลกๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดแทรกอยู่

13.ในงานศพของเจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งที่ถูกรถชนเสียชีวิต โดยชายในภาพคือเพื่อนของผู้ตาย แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือมีขาปริศนาปรากฏออกมาทั้งๆ ที่ตรงนั้นไม่มีคนไปยืนอยู่แน่นอน

 14.ชายที่ถ่ายรูปคู่กับรถพยาบาลของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ปรากฏว่ามีใบหน้าชวนสยองอยู่ที่กระจก

 15.ภาพถ่ายของโยกเยกกับน้องคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ภาพเงาสะท้อนที่ออกมาดันมีคนเพิ่มขึ้นมาเป็น 3 คนได้อย่างไร

16.ชายคนนี้นอนถ่ายเซลฟี่คนเดียว แต่พอกลับมาดูภาพที่ตัวเองถ่ายถึงกับช็อค

17.ภาพถ่ายนักเรียนหมู่ที่แม่กลอง แต่มีใบหน้าลึกลับแอบอยู่ทางด้านหลัง

18.ภาพถ่ายจากภาพยนตร์เรื่อง พี่มากพระโขนง มีเงาดำอยู่บริเวณนี้

19.ภาพถ่ายของ อาร์ต พศุตม์ สมัยเรียน ที่ในภาพมีเงาคล้ายกับวิญญาณ โดยในช่วงที่ถ่ายภาพนี้ มีเพื่อนในกลุ่มเสียชีวิต

20.เชน ธนา ถ่ายรูปคู่แฟนคลับ แต่ดันมีภาพคล้ายผู้หญิงผมยาวห้อยหัวลงมาแบบนี้

21. อันนี้แถม เจอแบบนี้มีหลอน



ที่มา : pokpong

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

10 เรื่องลี้ลับสุดแปลกของโลก


10 เรื่องลี้ลับสุดแปลกของโลก


พื่อนๆ รู้ไหมคะว่า? เรื่องแปลกแนวลึกลับที่น่าสนใจในโลกนี้มีอยู่เยอะมาก ทั้งที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้เราอาจพลาดเรื่องน่ารู้ไป วันนี้ทีนเอ็มไทยได้รวบรวมมาให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน กับ ?10 เรื่องลี้ลับสุดแปลกของโลก ?รับรองว่าเป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

10 เรื่องลี้ลับสุดแปลกของโลก

1. Shanti Deva
ในปี 1930 ซานติ เทวี หญิงสาวอายุ 4 ขวบ จากนิวเดลี ประเทศอินเดีย ได้บอกพ่อแม่ของเธอว่า ชาติก่อนเธอเป็นแม่ลูกสาวที่ตายจากการคลอด โดยสามีของเธอคือเกฐานารถ ทั้งเธอและสามีอาศัยอยู่ในเมืองมัตทรา(หรือ Mathura) ตอนแรกพ่อแม่ของเธอนึกว่าเป็นบ้า จึงพาเธอไปพบกับแพทย์ และเมื่ออยู่ต่อหน้าแพทย์เธอก็เล่าเรื่องของเธออย่างละเอียดยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ลูกคนแรก วัยที่เธอตายในระหว่างเด็กอยู่ในท้องเมื่อ 1925 ซานติได้รับการตรวจสอบจากแพทย์ถึง 6 คนด้วยกัน แต่ไม่มีแทย์คนใดหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอได้เลย อย่างไรก็ดีญาติของซานติเริ่มตรวจสอบสิ่งที่เธอเล่าโดยตามหาชายที่ซาติอ้างว่าเป็นสามีของเธอ ก่อนจะพบว่ามีชายคนที่ว่าอยู่เมืองมัตทราจริง และเขามีลูกสองคนจริง แต่ชายดังกล่าวไม่กล้าไปพบกับชาติภรรยากลับชาติมาเกิดของเขา เขาเลยส่งญาติไปและเมื่อญาติไปถึงซาติก็จำเขาได้ทันทีและเล่ารายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับญาติคนนี้ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าการระลึกชาติมีอยู่จริง หากแต่กระนั้นครอบครัวของซานติ และครอบครัวของสามีชาติที่แล้วของซานติก็ไม่ได้เกี่ยวดองกัน หรือมีเรื่องกันแต่อย่างใด สุดท้ายซานติได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กหญิงธรรมดาในชาติใหม่ของเธอจนถึงปัจจุบัน
Creepy Gnome
Creepy Gnome
2. Creepy Gnome
ในปี 2008 กล้องวิดีโอมีการจับภาพสิ่งมีชีวิตลึกลับในจังหวัด Salta ประเทศอาร์เจนตินาได้ ถ่ายทำโดย Jose Alvarez โดยในหนังสือพิมพ์บอกว่า ตอนนั้นเขากำลังคุยกับเพื่อนในการเดินทางตกปลาครั้งล่าสุด มันเป็นตอนเช้า เขาเริ่มคุยโทรศัพท์มือถือในขณะที่คนอื่นๆ คุยและล้อเล่น ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงแปลกๆ เหมือนคนปาหิน เขามองหาที่มาของเสียง ก็พบว่าหญ้ามีการเคลื่อนไหว ตอนแรกพวกเขาคิดว่ามันคือสุนัข แต่เมื่อได้เห็นเจ้าของเสียงออกมาก็พบว่ามันน่ากลัวจริงๆ โดยคาดว่าสิ่งมีชีวิตที่จับภาพคือ โนมภูตขนาดเล็ก ที่มักปรากฎในนิทาน รูปร่างคล้ายคนแคระ ชอบอาศัยอยู่ในถ้ำคอยเก็บรักษาสมบัติล้ำค่า ต่อมาวิดีโอเทปนี้ถูกนำไปทำคลิปและถูกแพร่ไปตามเว็บต่างๆ
Freddy Jackson?s Ghost
Freddy Jackson?s Ghost
3. Freddy Jackson?s Ghost
ภาพถ่ายผีที่น่าขนลุกนี้ถูกถ่ายขึ้นในศตวรรษที่ 1919 ได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 โดยเซอร์ วิกเตอร์ กอดดาร์ก นายทหารเกษียณอายุ โดยภาพถ่ายดังกล่าวมาจากการถ่ายหมู่ของทหารใต้บังคับบัญชาบนเรือ HMS กอดดาร์ดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งภาพนี้คงไม่โด่งดังไปทั่วโลก ถ้าในแถวบนสุดด้านหลังของทหารคนที่สี่จากซ้าย ปรากฏร่างของชายลึกลับคนหนึ่งที่กำลังยิ้มยิงฟันขาวรวมอยู่ด้วย โดยผีนี้คาดว่าเป็นนาย เฟรดดี้ แจ๊คสันที่เพิ่งเสียชีวิตในปี 1919 อย่างกะทันหันจากใบพัดเครื่องบินไปเมื่อสองวันก่อน ว่ากันว่าวิญญาณแจ๊คสันอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองตายแล้ว จึงยังมาปรากฏตัวถ่ายรูปกับเพื่อนๆ…
Overtoun Bridge
Overtoun Bridge
4. Overtoun Bridge
?สะพานสุสานสุนัข? เป็นสะพานโค้งสร้างในปี 1859 ในมิลตัน, ดัมบาร์ดัน สก็อตแลนด์ ที่มันได้ชื่อฉายานี้เพราะอดีตที่ผ่านมามีสุนัขหลายตัวไปฆ่าตัวตายโดยการโดดจากสะพานแห่งนี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่การศึกษาพบว่าสุนัขในแถบนั้น เริ่มมีพฤติกรรมฆ่าตัวตายโดยโดดจากสะพานเริ่มในช่วง 1950 หรือ 1960 เฉลี่ยหนึ่งตัวต่อหนึ่งเดือน(อาจสิบตัวต่อหนึ่งเดือน) โดยจุดที่กระโดดนั้นนำไปสู่ความสูงกว่าสิบห้าฟุตทำให้สุนัขตายทันที แม้สุนัขบางส่วนรอดก็จริงแต่มันก็กลับมากระโดดฆ่าตัวตายอีก และที่น่าสนใจคือสุนัขที่ฆ่าตัวตายส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ที่จมูกยาว ทำให้หลายคนเชื่อว่าสะพานนี้มีผีสิง และอาจเป็นคำสาปของเด็กคนหนึ่งที่ถูกโยนตกสะพานในปี 1994(และคนโยนก็มีพฤติกรรมอยากฆ่าตัวตายด้วย) และนอกจากนี้ยังมีคนเชื่อว่าสะพานแห่งนี้เป็นที่กั้นระหว่างโลกคนเป็นกับคนตายซึ่งเป็นสายตรงหากจะข้ามไป ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้ได้รับความสนใจจากต่างประเทศ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์ได้ส่งคนเข้ามาตรวจสอบ ก็พบว่าบริเวณนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของหนู จากการตรวจสอบพบว่าพวกมันมีกลิ่นที่สุนัขไม่ชอบ และนี้คือสาเหตุที่ทำให้สุนขมีความคิดอยากฆ่าตัวตายหรือไม่นั้นก็ไม่สามารถตรวจสอบได้
An Unfinished Race
An Unfinished Race
5. An Unfinished Race
เป็นตำนานการหายตัวของเจมส์ โวสสัน(James Worson ) โดยตามตำนานเล่าว่าเขาเป็นช่างทำรองเท้าอยู่ใน Leamington Spa, Warwickshire, อังกฤษ โดยมีพยานสำคัญสองคนคือแฮมเมอร์สัน เบิร์นส และบาร์แฮม ไวส์ เป็นคนรู้เห็นการหายไปของเขาครั้งนี้และไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไรกันแน่?
วันนั้นเป็นวันที่ 3 กันยายน 1873 ชายสองคนดังกล่าวเป็นพยานให้แก่เจมส์ที่บอกว่าเขาสามารถวิ่งไม่หยุดจาก Leamington Spa ไปโคเวนทรีที่อยู่ห่างระยะทางประมาณ 9 ไมล์โดยไม่เหนื่อยได้ โดยเขาขอพิสูจน์โดยการวิ่งในระยะทางดังกล่าว เขาเริ่มวิ่งพร้อมกับผู้ติดตาม(ขี่ม้าหลายคน)เพื่อตามมาดูดังกล่าว ระหว่างแข่งเจมส์สะดุดล้มลง และจู่ๆ เขาก็ร้องไห้กรีดร้องอย่างน่ากลัว(พยานในเหตุการณ์วันนั้นบอกว่ามันเป็นเสียงกรีดร้องที่น่ากลัวที่สุดที่เขาเคยได้ยิน) และเขาหายไปอย่างลึกลับโดยไม่ยืน และไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลย มีการจัดกำลังค้นหาเจมส์หลายครั้งแต่พวกเขาก็ไม่พบร่องรอยของเจมส์เลย
Devil?s Footprints
6. Devil?s Footprints
ช่วงเช้าวันที่ 8-9 ในฤดูหนาวเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1855 มลฑลเดวอน ประเทศอังกฤษ เกิดเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้ เมื่อแถบบริเวณแม่น้ำเอ็กซ์ มีรอยเท้าประหลาดปรากฏอยู่ทั่ว มันเป็นรอเท้าที่พึ่งเหยียบมาใหม่ รูปร่างเหมือนรอยเท้าของลา ขนาดของมัน 4 นิ้ว กว้าง 2 นิ้วเศษ ลักษณะของรอยเท้านั้นมีทั้งด้านซ้ายและด้านขวาขนานกันไป เป็นรอยเท้าเดียวๆ ของเท้าข้างหนึ่งเดินตามรอยของเท้าอีกข้างหนึ่งซึ่งเป็นแถวเดี่ยว ระยะห่างของรอยเท้าแต่ละรอยก็เท่ากันหมด และรอยประหลาดเหล่านี้จะเดินเป็นเส้นตรงกว่า 100 ไมล์ โดยผ่านไปยังสวนหลังบ้าน หลังคาบ้าน หรือลอมฟาง และกำแพงสูง โดยอุปสรรค์แต่ละเส้นทางที่เจ้าของรอยเท้านี้ผ่านไปไม่กระทบกระเทือนเลย และไม่ทำให้ระยะห่างของรอยเท้าแต่ละก้าวเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย มันเดินราวกับว่ากำแพงที่ขวางกั้นนั้นไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินทาง แม้กระทั้งรั้วกั้นสูงๆ ประตูที่ปิดกุญแจไว้ มันก็สามารถทะลุผ่านได้ ทำให้หลายคนคิดว่า มันคือรอยเท้าของปีศาจ ส่งผลทำให้คนในพื้นที่นั้นหวาดกลัวกันมาก
FeliciaFelix-Mentor
FeliciaFelix-Mentor
7. FeliciaFelix-Mentor
เฟลิกเซีย เฟลิกซ์-เมนเทอร์ เธอเป็นผู้หญิงชาวไฮติที่เชื่อว่าถูกทำให้เป็นซอมบี้ ในตอนต้นศตวรรษที่ 20 โดยจากรายงานอย่างเป็นทางการระบุว่าเธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1907 หลังจากเจ็บป่วยกะทันหันโดยเชื่อว่าเป็นคำสาปของหมอผีชาวไฮติที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ ในปี 1936 มีคนพบเธออยู่ท้องถนน(ในรายงานไม่ระบุว่าเธอเปลือยหรือใส่เสื้อผ้ามอมแมม เพราะหลายเว็บต่างระบุเรื่องเหล่านี้ไม่ตรงกันเลย) เธอเดินทางไปฟาร์มของพ่อโดยเธอยืนยันว่าเธอคือเฟลิกเซีย เฟลิกซ์-เมนเทอร์ที่เสียชีวิตเมื่อปี 1907 เนื่องจากสุขภาพไม่ดีเธอเลยถูกส่งไปโรงพยาบาลของรัฐ และจากการตรวจสอบพบว่าเธอมีพฤติกรรมที่ประหลาดคือเธอไร้อารมณ์ความรู้สึก และบ่อยครั้งมากที่เธอพูดถึงตนเองหรือบุคคลที่สามโดยปราศจากความรู้สึกใดๆ และค่อนข้างชาชินกับโลกและสิ่งรอบตัวของเธอ
Chupas
Chupas
8. Chupas วัตถุลึกลับ
Chupas คือวัตถุลึกลับที่คล้ายยูเอฟโอที่หลายคนอ้างว่าสามารถพบได้ในตอนกลางคืนที่ป่าตะวันออกของบราซิล พวกเขาอธิบายว่ามันเป็นวัตถุที่มีลักษณะคล้ายโลหะขนาดเล็กและบินได้ มันทำเสียงฟู่เหมือนตู้เย็นหรือหม้อแปลงไฟฟ้า เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่แถบนั้นมักออกไปข้างนอกตอนกลางคืนเพื่อล่ากวางเป็นอาหาร ดังนั้นพวกเขามักปีนบนต้นไม้เพื่อรอเหยื่อของพวกเขา และมันมักโผล่มาในเวลานี้ โดยมันจะเปล่งแสงสีขาวสว่างและพวกเขาเชื่อว่าแสงนี้อาจทำให้พวกเขาตาย และบางคนเกิดอาการป่วย ในขณะที่นักล่าส่วนใหญ่พยายามยิงสิ่งนั้นแต่ปรากฏว่ามันไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น
SS Ourang Medan
SS Ourang Medan
9. SS Ourang Medan
ในเดือนกุมภาพันธ์ 1948 ได้รับข้อความช่วยเหลือจากเรือบรรทุกสินค้าของชาวดัตช์ Ourang Medan ที่ลอยเหนือน่านน้ำอินโดนีเซีย ในสภาพเรือแตก โดยมีข้อความ SOS คือ ?All officers including captain are dead lying in chartroom and bridge Possibly whole crew dead.? แปลว่า ?เจ้าหน้าที่ทุกคนรวมทั้งกัปตัน นอนตายอยู่ในห้องนั่งเล่นและสะพานเรือ เป็นไปได้ว่าลูกเรือทั้งหมดตายแล้ว?ข้อความนี้เป็นรหัสมอร์สซึ่งเป็นข้อความความหมายสุดท้ายที่น่ากลัว และเมื่อมีคนขึ้นไปบนเรือดังกล่าวก็พบเรื่องประหลาดเมื่อลูกเรือทั้งหมดและกัปตันเรือดังกล่าวตายหมดแล้วตาของพวกเขาเปิดโพลงใบหน้ามองไปยังดวงอาทิตย์แขนยื่นออก(บางคนเอามือชี้ไปยังสิ่งที่มองไม่เห็น)และใบหน้าของเขาแสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด แม้แต่สุนัขบนเรือก็ตายโดยสภาพเหมือนกับว่ามองเห็นศัตรูที่มองไม่เห็นบางอย่างที่ห้องหม้อไอน้ำ ระหว่างที่ช่วยเหลือลูกเรือก็รู้สึกหนาวขึ้นมา ทั้งๆ ที่วันนั้นอากาศร้อน และระหว่างกลับก็มีควันออกมาจากเรือด้วย ซึ่งจากการสันนิษฐานพบว่าลูกเรืออาจถูกโจมตีโดยยูเอฟโอหรือพื้นที่สามเหลี่ยมอาถรรพ์ แต่สำหรับคนที่ไม่เชื่อก็จะบอกว่าอาจเกิดพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ หรือเรืออาจบรรทุกสินค้าวัสดุอันตรายจำพวกพิษที่ทำให้หายใจไม่ออกและเกิดรั่วขึ้น แต่จนถึงทุกวันนี้เรื่องที่เกิดขึ้นบนเรือ Ourang Medan และลูกเรือทั้งหมดของเรือยังคงลึกลับ
GEF
GEF
10. GEF
หมายถึงการพูดคุยหรือการติดต่อสื่อสารกับผีพังพอน(สัตว์ลึกลับ, ผี หรือเรื่องหลอกลวง)ได้ โดยรายงานนี้มาจากครอบครัวที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านดาลบีที่เกาะแมน(Isle of Man)
ในเดือนกันยายน ครอบครัวเออร์วิง?ที่ประกอบด้วยเจมส์ มากาเร็ต และลูกสาว Voirrey (อายุ 13 ปี) อ้างว่าได้ยินเสียงข่วนประหลาด ซึ่งเป็นเสียงกรอบแกรบหลังบ้านของพวกเขา ที่พุ่มไม้และด้านหลังโรงนาที่ทำด้วยไม้ของพวกเขา ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าเป็นหนู หากแต่เมื่อเห็นก็พบว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อนและมันทำท่าทางเหมือนจะคาย หรือคุ้ยเขี่ย ชอบคำรามเหมือนสุนัข และเหมือนทารก นอกจากนี้มันยังสามารถพูดเป็นภาษามนุษย์ได้อีกด้วย!! โดยมันแนะนำว่าตนเองเป็นพังพอน ชื่อ GEF อ้างว่าเกิดที่นิวเดลี อินเดีย ในปี 1852 โดย Voirrey เป็นบุคคลเดียวที่เห็นเจ้าพังพอนนี้ชัดที่สุด(และติดต่อกับมันสนิทที่สุด) โดยมันมีขนาดเล็กเท่าหนู มีขนสีเหลือง และหางเป็นพวงขนาดใหญ่
เจ้าพังพอนตนนี้ยังคงเป็นมิตรต่อครอบครัวของเด็กสาว และเจมส์ได้เขียนบันทึกประจำวันเกี่ยวกับพังพอนนี้ไว้ระหว่างปี 1932-1935 ซึ่งปัจจุบันนี้บันทึกที่ว่าอยู่ที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยลอนดอน และเจ้าพังพอนนี้ก็กลายเป็นที่นิยมที่ช่วยเรียกนักข่าวและฝูงชนไปยังเกาะแห่งนี้เพื่อดูสัตว์ดังกล่าว แต่กระนั้นหลายคนก็บอกว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง เนื่องจากเพื่อนบ้านออกมาสัมภาษณ์ว่าพวกเขาไม่เคยหรือได้ยินพังพอนที่ว่า(แต่เพื่อนบ้านบางคนก็บอกว่าเคยได้ยินเสียงแปลกๆ รอบบ้านของพวกเขาเหมือนกัน) และนอกจากนี้ยังมีรูปถ่ายบางส่วนที่เป็นร่องรอยของพังพอน ส่วน Voirrey เด็กหญิงที่เห็นพังพอนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2005 และในช่วงสุดท้ายของชีวิตเธอก็ยังยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง
ข้อมูล?anachatalk.blogspot.com

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562

10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย

10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย


เราพอจะเคยได้ยินเรื่องเล่า ความน่ากลัวของ “มหาวิทยาผีดุ” กันไปเยอะแล้ว คราวนี้เรามาดู 10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย กันบ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึง หรือเล่าต่อๆกันมา ถึงความน่ากลัวของสถานที่และสิ่งเร้นลับ วิญญาณในที่แห่งนั้น ส่วนเรื่องราวจะน่ากลัวมากหรือน้อยกว่ามหาวิทยาลัยผีดุ อันนี้เพื่อนๆ ลองไปตัดสินกันดูเลย .. บรื้ออ !!

10. ครูนาฏศิลป์
เรื่องแรกเป็นเรื่องในโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี่เอง โดยนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนมักจะเคยได้ยินเรื่องราวของ “ครูวิภา” ครูสอนนาฏศิลป์ที่เคร่งครัด เข้มงวด ระเบียบต้องเป๊ะๆทุกอย่าง แถมยังเป็นครูที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการร่ายรำเป็นอย่างมาก จนมีวันหนึ่งที่ครูป่วยหนักจนถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ด้วยความรับผิดชอบและรักในอาชีพ ครูจึงหนีออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะมาฝึกซ้อมเด็กๆในการแข่งขันรำไทย ในคืนนั้นเองอาการของครูทรุดลงทำให้ต้องไปเอายาที่ลืมไว้ในห้องนาฏศิลป์ แต่โชคไม่ดี และไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เช้าวันต่อมามีคนพบศพของครูวิภาในห้องนั้น..เวลาผ่านไปทางโรงเรียนต้องการจะทุบห้องนั้นทิ้ง แต่ทุกครั้งที่มีคนเข้าไปพยายามย้ายของจะมีเสียงดนตรีไทย และมีคน(หรือผี) มารำอยู่ในห้องนั้นทุกวัน!! จนช่างไม่กล้าเข้าไปย้ายของ ปัจจุบันห้องนาฏศิลป์ของครูวิภาก็ยังอยู่เหมือนเดิม..
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณรูปภาพ http://www.lgmobilelover.com/club/post205144.html
9. ตำนานผีโบว์เขียว
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด..ปกติโรงเรียนก็มักจะมีกฎให้นักเรียนหญิงผูกโบว์ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นสีดำ น้ำเงิน แต่มีนักเรียนหญิงคนนึงที่ผูกโบว์สีเขียวมาโรงเรียนทุกวัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเธอ อยู่มาวันนึงเรื่องร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อพัดลมในห้องเรียนเกิดหล่นลงมาตรงที่ๆเธอนั่งพอดีทำให้เธอเสียชีวิตคาห้องเรียนแบบนั้น..เวลาผ่านไปเรื่องราวของเธอก็เงียบหายไปตามกาลเวลา จนมาถึงคาบเรียนของครูใหม่คนนึง ที่พอถามคำถามขึ้นและไม่มีใครตอบ จู่ๆ ครูก็พูดขึ้นมาว่า “อ่ะ โบว์เขียวตอบข้อนี้ซิ” นักเรียนที่อยู่ในห้องก็งงกันใหญ่ เพราะไม่มีใครผูกโบว์สีนี้ ครูก็ยังไม่หยุดชี้ไปที่หลังห้องบอกว่า “เด็กคนนั้นอ่ะ ที่อยู่หลังห้อง” พูดจบทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ!!
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณภาพจาก http://pantip.com/topic/31205008
8. อาถรรพ์โรงเรียนประถม
โรงเรียนประถมแห่งนี้อยู่ใจกลางเมืองนนทบุรีที่มีเรื่องเล่ามากมาย ทั้งเรื่องกุมารทองของบรรณารักษ์ห้องสมุด ที่พอตอนเช้าทีไรห้องสมุดที่จัดไว้เรียบร้อยต้องถูกรื้อ ค้น หนังสือกระจัดกระจาย อยู่ๆหนังสือก็ตกลงมาจากชั้นโดยที่แถวนั้นไม่มีคนแถมยังมีเสียงวิ่งเล่นของเด็กมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ และยังมีเรื่องห้องน้ำชายที่ถูกปิดตาย เพราะมีเสียงร้องไห้ปริศนา และมีคนเห็นวิญญาณของเด็กหญิงยืนร้องไห้สะท้อนกระจก!! แต่สุดท้ายก็ได้รู้ความจริงว่า ที่ดินตรงนี้แต่ก่อนเป็นโรงพยาบาลเก่า ขนาดพระยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นวิญญาณอาฆาตที่แรงกล้าของที่นี่
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณภาพจาก http://mansplat.wordpress.com/2013/08/11/ghost-shoes/
7. รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง
เรื่องนี้เป็นเรื่องของห้องน้ำหญิงบริเวณโรงอาหารของโรงเรียนหนึ่ง ที่มีเรื่องเล่ากันว่ามักจะได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินวนไปวนมาในห้องน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เคยถูกฆ่าตายในห้องน้ำแห่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเธอใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ด้วย เลยทำให้ยิ่งเชื่อกันเข้าไปใหญ่ว่าวิญญาณของเธอยังไม่ไปไหน แต่ยังคอยวนเวียนอยู่ในจุดที่เธอตาย..
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณภาพจาก http://article.zubzip.com/topic/2341
6. ผีห้องพยาบาล
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของโรงเรียนชื่อดังแถวๆสยาม ที่เป็นแหล่งรวมเด็กเก่งทั้งหลาย เรื่องมีอยู่ว่าปกติเด็กๆที่ขี้เกียจเรียน อยากจะโดดเรียน ไม่ชอบเรียนวิชาไหนก็มักจะอ้างว่าปวดหัว ไม่สบายจนสุดท้ายต้องไปนอนที่ห้องพยาบาลใช่มั้ยคะ? แต่ที่โรงเรียนนี้คงจะทำอย่างนั้นได้ยาก เพราะมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าถ้าใครแอบป่วยไปนอนห้องพยาบาลล่ะก็จะเจอดี คือจะเห็นเท้าคนเดินมาแถวๆเตียงที่มีผ้ากั้นไว้ แต่กลับไม่เห็นเงาคน!! บ้างก็ได้ยินเสียงคนเดินแต่ไม่มีใครอยู่ในห้อง ทำเอาพวกเด็กแกล้งป่วยไม่กล้ามานอนห้องพยาบาลกันเลยล่ะค่ะ
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย ขอบคุณภาพจาก http://travel.mthai.com/world-travel/38823.html
ขอบคุณภาพจาก http://travel.mthai.com/world-travel/38823.html
5. (ผี)คุณยายบนตึกเรียน
เป็นเรื่องราวที่นักเรียนเล่าต่อๆกันมา กับสิ่งที่ครูคนนึงได้เห็น..วันนั้นครูคนนี้มาโรงเรียนเช้าเลยยังไม่ค่อยมีคนมากนัก พอเดินไปถึงตึกจึงมองขึ้นไป กลับเห็นคุณยายแก่ๆคนนึงใส่ชุดออกจีนๆ ครูก็คิดในใจว่าเป็นผู้ปกครองของใคร? หรือมาหาใคร? จึงรีบเดินขึ้นตึก พอไปถึงชั้นกลับไม่พบคุณยายคนนั้นแล้วทั้งๆที่ทางขึ้น-ลงของตึกนี้มีอยู่ทางเดียว แค่คิดครูก็ขนลุกแล้วจึงตัดสินใจหันหลังเพื่อที่จะเดินต่อ..แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นยายคนนี้นั่งอยู่หน้าห้อง ครูจึงทำเป็นมองไม่เห็นและจะเดินเข้าห้องไป แต่ระหว่างที่เดิน ยายกลับหันคอตามครูไปจนเลือดค่อยๆไหลออกมาจากคอ ใบหน้าก็ยิ้มไปด้วย แล้วก็มีเสียงเอี๊ยดดดด!! ดังลั่นเหมือนเสียงกลอนประตู ครูจึงรีบวิ่งเข้าห้องและไม่หันกลับมาดู เหมือนเรื่องจะจบแล้วแต่พอนเย็นครูก็ได้ยินข่าวว่าแม่ของ ผอ. โรงเรียนตกบันไดคอหักเสียชีวิต เมื่อไปเห็นรูปก็ถึงกับช็อค เพราะคือคุณยายที่ครูเห็นตอนเช้านั่นเอง!!
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณภาพจาก http://www.youtube.com/watch?v=7j0_1b9a45A
4. หลอน ณ อาคาร 6
เป็นเรื่องของโรงเรียนชื่อดังย่านปากเกร็ด นนทบุรี ที่ว่ากันว่าแต่ก่อนเคยเป็นศาลาพักศพมาก่อน จึงทำให้ทุกวันอังคารจะต้องมีการทำบุญตึก เพราะมีเรื่องราวหลอนๆเกิดขึ้นอยู่ตลอด เคยมีครูคนนึงทำงานเลิกดึก พอเดินลงมากลับเห็นเด็กใส่ชุดนักเรียนนั่งอยู่บนป้ายตรงทางเดิน ครูจึงเข้าไปถามว่า เป็นอะไร ทำไมยังไม่กลับบ้าน แต่พอเด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นครูก็ตกใจจนร้องไม่ออก เพราะน้ำตาของเด็กคนนั้นไหลออกมาเป็นเลือด แถมป้ายที่นั่งอยู่ก็ติดกับผนังไม่มีทางที่คนจะนั่งตรงนั้นได้ ครูเลยต้องรีบวิ่งกลับบ้านไป เรื่องไม่ได้มีแค่นี้ เพราะเคยมีเด็กที่มาเช้าๆ นั่งรอเพื่อนในห้องอยู่ดีๆก็มีเด็กหญิงใส่ชุดนักเรียนเดินเข้ามา แต่หน้าไม่คุ้น ถึงถามว่าชื่ออะไรหรอ ทำไมมาเช้าจัง? เด็กคนนั้นไม่ตอบกลับร้องไห้และวิ่งออกไปตรงระเบียงพร้อมกลับกระโดดลงไป!! เมื่อวิ่งตามไปดูกลับไม่เห็นร่างของใครทั้งนั้น เลยว่ากันว่าเป็นวิญญาณของรุ่นพี่ที่เคยกระโดดตึกฆ่าตัวตายนั่นเอง
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณภาพจาก http://www.creditonhand.com
3. ผีเหรียญในโรงเรียน
คงไม่แปลกที่ใครจะอยากลองเล่นผีถ้วยแก้วเพื่อลองดีในโรงเรียน แต่เมื่อฟังเรื่องนี้แล้วหลายคนอาจจะกลัวจนไม่กล้าเล่นก็ได้ เป็นเรื่องของห้องดนตรีไทยที่ถูกปิดตาย ที่ว่ากันว่าใครเดินผ่าน ใครไปส่องดูต้องเจอดีอยู่บ่อยๆ เลยทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งอยากลองของเลยไปเล่นผีเหรียญในห้องนั้นดู ตอนแรกๆก็คิดว่าคนเป็นคนผลักเหรียญ หลังๆเริ่มน่ากลัวขึ้นจนเพื่อนคนนึงในกลุ่มลงไปนอนชักอยู่กับพื้น ที่เหลือจึงตะโกนเรียกเพื่อนที่รออยู่ข้างนอกให้เข้ามาช่วยแต่ก็ไม่มีใครเข้ามา จู่ๆ ลมพัดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ทำเอาประตูหน้าต่างชนกันดังปังๆๆ จึงรีบวิ่งไปเปิดประตูแต่เปิดยังไงก็ไม่ออก จึงพากันยกมือไหว้ขอขมา ขอโทษที่เข้ามาลบหลู่ ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย..เพื่อนที่รอยู่ข้างนอกก็ตกใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมไม่เรียกให้ช่วย ทั้งๆที่ข้างในตะโกนกันแทบตาย แต่ข้างนอกได้ยินแต่เสียงหัวเราะ!!
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย
ขอบคุณภาพจาก http://board.postjung.com/743718.html
2. เรื่องของตึก 2
โรงเรียนมัธยมวัดพระศรีมหาธาตุ ที่มีตึกสุดหลอนที่เด็กๆเล่ากันมาจนหลอนนั่นก็คือตึก 2 ที่เมื่อก่อนมีลิฟท์แต่จู่ๆก็เลิกใช้กันโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ แต่จริงๆทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าลิฟท์ตัวนี้มันไม่ธรรมดา เพราะเคยมีคนงานก่อสร้างตายขณะที่กำลังติดตั้งลิฟท์ตัวนี้อยู่ คนเลยมักเจอเรื่องแปลกๆบ่อย ทั้งเงาประหลาด เสียงกรีดร้อง และมือผีที่โผล่ออกมาให้เห็นกันจะๆ เรื่องของตึก 2 ยังไม่หมด เพราะมีเรื่องของห้องน้ำที่ตอนเย็นๆใครเข้าไปใช้งานมักจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนเข้าห้องน้ำห้องข้างๆอยู่ตลอดเวลาทั้งๆที่ไม่คน!! แถมยังเคยมีคนเห็นเงาคนต่อคิวทั้งๆที่ออกมาก็ไม่มีใคร เสียงเปิด-ปิดประตูที่ดังปึ้งปั้งๆ ทั้งๆที่ไม่มีคนอยู่ ทำเอาคนไม่กล้าเดินผ่านห้องน้ำคนเดียวเลย
10 ตำนานเฮี้ยนสุดหลอนของโรงเรียนไทย ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/
ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/
1. ใครในห้องสมุด
เป็นเรื่องของห้องสมุดในโรงเรียนชื่อดังที่ว่ากันว่ามีเรื่องเฮี้ยนเรื่องหลอนให้เล่ากันได้ทุกวี่ทุกวัน คนที่เจอบ่อยสุดคงหนีไม่พ้นบรรณารักษ์ที่นั่งๆอยู่ก็จะเห็นเงาดำๆอยู่บริเวณมุมมืดของห้องสมุดแต่พอเดินไปดูกลับไม่มีใคร กลับมานั่งก็ได้ยินเสียงคนคุยซุบซิบกัน เสียงวางหนังสือ ทั้งๆที่ในห้องนั้นไม่มีใคร..บางครั้งตอนเช้าพอเปิดห้องสมุดมากลับมีรอยเท้าเดินทั่วห้องสมุดทั้งๆที่ก่อนจะปิดห้องก็ทำความสะอาดอย่างดีแล้ว ทำเอางงกันไปหมด!! อีกเรื่องที่เป็นตำนานก็คือเรื่องของบัตรยืมห้องสมุดของอดีตนักเรียนคนนึงซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่กลับมีคนเห็นบัตรยืมของเค้าไปตกอยู่ตรงมุมมืดที่ไม่ค่อยมีใครเข้าไปใช้งานบ่อยๆ ขนาดทุกวันนี้ยังมีคนเอาบัตร(ผี)ใบนี้มาคืนอยู่บ่อยๆ จนบรรณารักษ์หลอนกันไปหมด
ขอบคุณข้อมูล toptenthailand.com

“ห้อง407” โรงแรมผีหลอนๆแถวพัทยา

“ห้อง407” โรงแรมผีหลอนๆแถวพัทยา


เริ่มเรื่องเลยนะคะ…ช่วงเดือนตุลาคม เราต้องเข้าฟังการการประชุมวิชาการ
เครือข่ายวิศวกรรมเครื่องกลแห่งประเทศไทยวันที่ 16-18 ตุลาคม 2556
แต่ไม่ได้นำเสนอบทความนะคะ ไปเอาข้อมูลการทำงานวิจัยค่ะ และงานนี้
จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานีพัทยา (อันนี้ขอเอ่ยชื่อนะคะ เพราะไม่ใช่โรงแรมที่เกิดเหตุ)
ตอนแรกดีใจมาก…ว่าภาควิชาต้องพาไปพักโรงแรมนี้ แต่แล้วก็ต้องสิ้นหวัง
เมื่อเราต้องไปพักโรงแรมอื่นที่อยู่ใกล้ๆ พวกเราทั้ง 24 คนพร้อมเดินทางไปพัทยา
ด้วยรถตู้แต่แยก 2คันค่ะ 13คนแรกไปคันที่หนึ่ง ส่วนเรานั่งคันที่สองกับสมาชิกอีก 10 ท่าน

เดินทางถึงโรงแรมประมาณ 4ทุ่มค่ะ ตอนเข้ามาข้างในเราก็ยกมือไหว้ศาลพระภูมิ
หน้าโรงแรมเพื่อขอให้ท่านดูแลปกปักรักษาและในช่วงนั้นประเทศไทยเรามีพายุเข้า
ฝนตก ฟ้าผ่า ไฟดับ บิวท์มากอ่ะบรรยากาศ โรงแรมเข้าไปจากซอยถนนใหญ่ประมาณ
1 กิโลกว่าๆค่ะ ลักษณะโรงแรมเป็นตึกคล้ายๆอพาร์ทเม้นท์ มีสระว่ายน้ำข้างหลัง
ลิฟท์ที่ขึ้นไปก็แคบๆ เข้าได้ไม่เกิน 4คนค่ะ เมื่อถึงชั้น 4 สิ่งที่พบเห็นระหว่างทางคือ
น้ำฝนที่สาดเข้ามา เจิ่งนองไปหมด ไฟกระพริบๆ ตกๆ ดับๆ โอ้โห้…บิวท์เข้าไปอีก

เราได้พักกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งค่ะเป็นหนึ่งในอีกทีมที่ต้องนำเสนอผลงาน ซึ่งห้องต้นเรื่องคือ
ห้อง “407” เราเป็นคนไขกุญแจเข้าไปในห้อง แวบแรกที่เข้าไป ในใจก็คิดว่า
“คืนนี้ตรูเจอแน่ๆ” 5555555 แต่เราไม่ได้บอกพี่เขานะคะ วางของไรเสร็จ จัดห้องเสร็จ
เดินเช็คโน่นนี่นั่นเสร็จ ก็อาบน้ำต่อเลยค่ะ ง่วงนอนมาก เพลียสุดๆ เพราะเดินทางมาทั้งวัน
ลืมบอกไปค่ะ ห้องนี้เป็นเตียงเดี่ยว เพราะฉะนั้นเรากับพี่ต้องนอนเตียงเดียวกัน
แต่พระเจ้าช่วย…ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ พี่ผญ.คนนั้นบอกว่า
“เดี่ยวพี่ขอไปซ้อมนำเสนอผลงานพรุ่งนี้กับเพื่อนอีกห้องก่อนนะ” แล้วนางก็จากเราไป
ปล่อยให้เราอยู่ห้องเจ้าปัญหานั้นคนเดียวเปลี่ยวสุดๆ ไอ้เราก็คิดว่า
“หึหึ เอาอีกและ ทิ้งตรูซะแล้ว” คือบอกตรงๆค่ะ…คืนนั้นกลัวมาก ไม่รู้เพราะอะไร
ก็เลยลดความกลัวลงด้วยการเปิดทีวีดังๆนอน แข่งกับเสียงแอร์ในห้องที่ดังราวกับโรงน้ำแข็ง
และเปิดไฟทุกหลอดในห้อง ก่อนที่จะสวดมนต์ไหว้พระแผ่ส่วนกุศล
ซักพักด้วยความง่วงเราผลอยหลับไป…

ในระหว่างที่เรานอนสภาพอากาศข้างนอกโรงแรม ฝนตกแรงมากๆ ฟ้าผ่าดังสุดๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราตื่นแต่ก็ได้ยินอยู่แว่วๆสำหรับเสียงฟ้าค่ะ เวลานอนของเราก็ผ่านไป
จนกระทั่งเรามาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่าแรงมาก ตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณตีสามกว่าๆ
เมื่อเรากำลังดูเวลาจากมือถือ อยู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ
เสียงชักโครกในห้องน้ำดังขึ้น เสียงฟักบัวในห้องน้ำถูกเปิด น้ำไหล…แล้วก็ถูกปิด…
ณ จุดๆนี้เราคิดว่าพี่ผญ.คนนั้นคงกลับมาจากห้องเพื่อนแล้ว คงจะเข้าห้องตอนเรานอนอยู่
ก็เลยคิดว่าจะไม่นอนต่อ รอพี่คนนั้นออกจากห้องน้ำ แล้วค่อยนอนพร้อมกัน
ไอ้เราก็นอนรอ 5 นาทีก็แล้ว 10 นาทีก็แล้ว ทำไมพี่เขายังไม่ออกมาอีกฟร่ะ
หรือว่า ปลดทุกข์… เราก็รออีก 10 นาที ก็ไม่มีใครออกมาจากห้องน้ำเลย…
ตอนนั้นสติแตกแล้ว กลัวมาก คือ บรรยากาศตอนนั้นมันให้มากค่ะ เย็นๆเยือกๆ
หนาวๆ ฝกตกฟ้าร้อง ในระหว่างที่เราตกใจอยู่นั้น อยู่ๆไฟในห้องดับ!!!
โอ้โหว…มาดับอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ บอกเลยว่าแทบช็อค เรานอนช็อคบนเตียง
ทำไรไม่ถูกเลยค่ะ ซักพักประมาณเกือบ 1 นาที (1 นาทีเหมือน 1 ปี นานแทบขาดใจ)
ไฟมาค่ะ เราคลุมโปงด้วยความกลัวแล้วก็หลับไปแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น อยู่ๆ
เราก็เห็นผญ.คนหนึ่งผมยาว ใส่ชุดสีขาวเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินมาทางเตียงเรา
และเดินมาฝั่งที่เรานอน แล้วก็ยื่นหน้าลงมาใกล้เรา มองเราแล้วยิ้ม
แล้วก็หายตัวไป แล้วเราก็หลับต่อ อันนี้หลับแบบหลับเลยค่ะ…

พอตื่นเช้ามา พบว่าไม่มีใครนอนที่เตียง ซึ่งแสดงว่าพี่ผญ.คนนั้นไม่ได้กลับมานอน
ซักพักนางเปิดประตูเข้ามา ด้วยกุญแจห้องอีกดอกค่ะ เราเลยถามว่า
“เมื่อคืนพี่ได้เข้ามาในห้องป่ะ? ช่วงเวลานี้ๆๆๆๆ” เราก็อธิบายและถามไป
พี่เขาตอบมาว่า “ไม่หนิ เมื่อคืนพี่นอนกับเพื่อนไม่ได้เข้ามาเลย” หึหึ
คำตอบของพี่แก เป็นเครื่องยืนยันว่า สิ่งที่เห็นเมื่อคืนเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่สิ่งที่เราคิดไปเอง
เราไม่ได้เล่าให้พี่เขาฟังค่ะ พอพี่เขาตอบเราเสร็จพี่ก็เลยเข้าไปอาบน้ำ
เราเลยใช้เวลานี้สวดมนต์และแผ่ส่วนกุศลให้ผญ.ท่านนั้นไปค่ะ
ดูทรงแล้วท่านคงอยากได้ส่วนกุศลค่ะ เลยอยากให้เราสวดมนต์ให้
ส่วนประวัติของโรงแรมอันนี้เราไม่ได้ถามค่ะ ไม่กล้าถาม กลัวถูกหาว่าบ้า T T

เช้าวันนั้นเราตัดสินใจว่า จะไม่อาบน้ำจะไม่ไปในงานด้วย เพราะขี้เกียจ
อีกใจก็อยากให้เขาเปลี่ยนโรงแรม เพราะนอนที่นี่ไม่ไหวแล้ว…กลัวมากอ่ะ
สุขภาพจิตเสียสุดๆ …สุดท้ายแล้ว ทางภาควิชาให้เปลี่ยนโรงแรมได้ค่ะ
ดีใจมากๆๆๆ รอดแล้ว บอกเลยค่ะถ้านอนอีกวัน ตายแน่ๆ ช็อคชัวร์ๆ
ส่วนโรงแรมที่สองไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ นอนหลับสบายใจ ^^

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/31594830

สยองขวัญ ผีนางรำในหอพัก

สยองขวัญ ผีนางรำในหอพัก



เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ผู้ปกครองผม
ได้นำ ชื่อ วัน/เดือน/ปี เกิดของทั้งบ้านไปให้หมอดูที่จังหวัดสุพรรณบุรีทำนายดวงให้
ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมนั้นคือ ต้องยกผมเป็นลูกบุญธรรมให้ใครสักคนหนึ่ง

ซึ่งผู้ปกครองผมได้เลือกบุคคลที่นับถือในการยกผมให้ ตอนนั้นไม่รู้ว่า
ธรรมเนียมการยกเป็นลูกบุญธรรมนั้นต้องทำอย่างไร จึงเตรียมแค่ พวงมาลัย ธูปเทียนแพ
ไปขอแค่นั้น ณ เวลานั้นด้วยความที่ไม่รู้จึงคิดว่าเป็นอันเสร็จพิธีกรรม

จวบจนกระทั่งผม อายุได้ 18 ปี  ผมสอบเข้าได้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
แต่ในชั้นปีที่ 1 ต้องไปเรียนที่จังหวัดนครนายก 1 ปี ขณะที่ย้ายขอเข้าหอพักนั้น
ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะทุกคนต่างขนของเข้าหอกัน เป็นคณะๆ

ซึ่งคณะผมเป็นกลุ่มคณะที่ 2 ในการย้ายเข้า ทำให้มีนิสิตเข้ามาอยู่พอสมควร
ในช่วงพลบค่ำ เมทผมเริ่มทยอยเข้าห้องพัก แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆที่รุ่นพี่ได้เล่าสู่
บ้างเล่าว่าในชั้นที่ 5 ของหอที่ผมอยู่เป็นไปได้อย่าขึ้นไปเพราะมีคนตาย
บ้างก็เล่าว่าอีกหอหนึ่ง มีผีผู้หญิงกระโดดตึกตายและไม่ไปไหน

ทุกคืนจะปีนกำแพงและกระโดดลงมาซ้ำๆ(ผมเรียกว่าผีวนลูป) ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกลับอะไรเหล่านี้เท่าไหร่

สภาพห้องที่ผมอยู่นั้น อยู่ติดบรรไดหนีไฟของตึก
และอยู่หน้าห้องน้ำรวม (เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเท่าไหร่ 55) เปิดประตูเข้าไป
ทางด้านขวามือจะเป็นตู้เสื้อผ้า 5 ตู้สำหรับนิสิต แต่จะเว้นระยะห่าง
ของตู้แรกกับประตูเป็นซอกเล็กน้อยเพื่อให้ประตูสามารถเปิดได้ ด้านขวามือ จะเป็นเตียงเดี่ยว 3 หลัง

เตียงสองชั้นหนึ่งหลัง ระหว่างเตียงจะมีโต๊ะเขียนหนังสือสำหรับนิสิตทุกคน
ด้านหลังห้องเป็นระเบียงชมวิวอันสวยงาม มีเมทคนหนึ่งเล่าว่า ให้ทำการซื้อตู้ เตียง โต๊ะเขียน
โดยการนำเหรียญบาทและทำการอธิฐานว่าเราขอซื้อของเหล่านี้เพื่อการอยู่อาศัย
และเมทผมยังบอกอีกว่าถ้าวันใดที่ไม่มีคนนอนบนเตียงนั้นๆ
ให้หาของมาวางบนเตียงเพื่อไม่ให้สิ่งที่เรามองไม่เห็นมานอนแทนได้ ส่วนใต้เตียงก็หาของมาวางซะ

ผมจำได้เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเมททุกคนปิดไฟนอนกันหมด น่าจะหลัง 4 ทุ่ม ผมก็นอนของผมไป
ผมนอนอยู่เตียงที่ 3 ถ้านับจากหน้าประตู จนกระทั่งผมฝัน หรือกึ่งหลับกึ่งตื่นไม่ทราบ
ว่าอยู่บนเตียงที่ผมนอนอยู่ ไม่สามารถขยับตัวได้ ผมเห็นเงาดำๆ อยู่บริเวณซอกระหว่างประตู
และตู้เสื้อผ้า ผมมองไม่เห็นหาหรือสีสันใดๆ แต่ที่เห็นแน่ชัดคือ เขาสวมชฏาอยู่บนศีรษะ

พอผมเห็นดังนั้นผมจึงได้ยินเสียงฉิ่งที่ดังมาก เหมือนอยู่ข้างหูเลย เงาดำนั้นเริ่มรำ
แต่ไม่ได้รำสวยงามมาก ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องผีคนเป็นแล้ว ก็แบบนั้นเลย ทุกช่วงที่เงาดำนั้นเดินมา
เสียงฉิ่งยิ่งรัวเร็วขึ้น และดังขึ้นเรื่อย จนกระทั่งเงาดำนั้นมาอยู่ที่ข้างตัวผม

และชโงกหน้าแทบจะแนบชิดกับใบหน้าผม ทำให้ผมสะดุ้งตื่นขึ้น
บรรยากาศภายในห้องยังเหมือนเดิม ยังคงมีแต่เสียงพัดลมดังหึ่งๆ อยู่บนเพดาน
เช้าขึ้นมาผมได้เล่าเรื่องนี้ให้เมทฟัง ทุกคนก็ลงความเห็นว่า “โดนแล้ว”
ทุกวันนี้เสียงฉิ่งที่กระทบกันผมยังจำได้ฝังใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35808725

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562

7 อันดับ เรื่องผีๆ สุดหลอน

7 อันดับ เรื่องผีๆ สุดหลอน

วันนี้เรามาจัดอันดับ เรื่องผีๆ ในเว็บที่น่ากลัวสุดและหลอนสุด
หลายๆคนคงเคยอ่านเรื่องผีในเว็บกันมาแล้ว แต่อาจยังไม่เจอเรื่องผีที่หลอนจนพอใจ
งานนี้เราจึงมาจัดอันดับ เรื่องผีๆสุดหลอน ให้อ่านกัน 7 อันดับ

อันดับที่ 1 รถไฟสยองกลางป่า

เรื่องราวความหลอน ของลูกชายติดพ่อที่ชอบตามพ่อไปทำงานด้วย ซึ่งในวันนั้นเจ้าตัว
ได้ตามพ่ออกไปทำงาน บนรถไฟด้วย งานนี้มีไปกันอยู่สามคน มีเพื่อนของพ่อมาอีกคน
ทั้งสาม ติดรถไปกับขบวนส่งสินค้า จนช่วงตี2 หัวจักรเสีย ต้องจอดรอเปลี่ยนใหม่
ตอนนั้นรถจอดรอหัวรถจักร กลางป่ามืดๆ เจ้าตัวเดินไปท้ายขบวน มองไปรอบๆ
ไม่มีไฟ ไม่มีบ้านคน จนกระทั้งหันไปเห็นแสงไฟจากรถไฟอีกขบวน วิ่งเข้ามา
เจ้าตัวมองเข้าไปในตู้โบกี้ เห็นเป็นคนนั่งหันหน้ามองกันและกัน จ้องหนัากันอยู่
แต่เมื่อมองไปซักพัก ผู้โดยสารเหล่านั้นเริ่มหันมามอง ที่เจ้าตัวพร้อมกัน
ต่อมาทุกคนเริ่มยิ้มให้ผมแต่ปากของแต่ละคนค่อยๆ กว้างขึ้น กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถึงใบหู

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7911.html

อันดับที่ 2 ใครในห้องของอีแป้ง

ประสบการณ์หลอนของสาวที่ไปเที่ยวหอเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็มีรูมเมทอยู่ด้วย
รูมเมทคนนี้มักมีปัญหาทะเลาะกับแฟน พอทะเลาะแล้วก็ชอบนอนอยู่ในห้อง
เมื่อสาวคนนี้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่มาหา ก็ปล่อยรูมเมททิ้งไว้ที่ห้อง
ขากลับ จะเข้าห้องก็เข้าไม่ได้ กุญแจก็ไม่มี เรียกเพื่อนก็ไม่ตอบ แต่มีเสียงคนเดินอยู่ในห้อง
โทรไปก็มีเสียงโทรศัพท์ในห้อง แต่ไม่มีคนรับ เพื่อนที่เป็นเจ้าของห้องเลยจะปีนเข้าไป
จากระเบียง แล้วให้หญิงสาวลงไปขอกุญแจสำรอง เมื่อลงไปกลับเจอรูมเมท
ส่วนเจ้าของห้อง เมื่อปีนจะเข้าไปกลับพบเจอ ผู้หญิงตัวสูงผมยาว
หันมายิ้มฉีกปากกว้างสีแดง นัยตามีแค่สีขาว


อันดับที่ 3 แท๊งค์น้ำสยอง

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่ง หนุ่มเจ้าตัวชื่อวิทย์ซึ่งเขาก็พักอยู่กับเพื่อน วันนั้นวิทย์
หลังเลิกเรียนจะไปเตะบอลกับเพื่อน แต่เพลียจึงกลับมาก่อน ก็เข้าไปอาบน้ำ
ระหว่างที่อาบน้ำจู่ๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าปะปนกับกลิ่นแชมพูจน เอะใจ แต่ก็อาบน้ำต่อไป
แล้วจังหวะที่จะออกจากห้องน้ำ ก็เห็นรูระบายน้ำ มีเส้นผมกระจุกใหญ่อุดอยู่
วิทย์ก็เอามือไปดึงกระจุกผมนั้นออกมา มันก็ทั้งยาวและเยอะมาก พอดึงออกมาหมด
วิทย์ส่องไปที่รูระบายน้ำ ปรากฏว่าเห็นดวงตาคู่ใหญ่กำลังจ้องวิทย์อยู่


อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7489.html

อันดับที่ 4 เพื่อนกลับห้อง

เป็นเรื่องของ รุ่นพี่รหัสก่อนหน้าที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พี่คนนี้เป็นคนอาสาออก
ไปซื้ออะไรมากินกับเพื่อน แต่เพื่อนๆไม่กลับมาเสียทีเลยขี่รถตามออกไป
ก็เจอเขาประสบอุบัติเหตุรถเฉี่ยวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที
คืนนั้นเพื่อนในเมทก็นอนไม่หลับ ทุกคนต่างเสียขวัญ เสียใจดึกแล้วก็ยังเปิดไฟนั่งคุยกัน
ทุกคนจับกลุ่มคุยกันจนดึก พี่ๆนั่งคุยกัน จู่ๆมันมีเสียงเคาะประตูทุกคนหยุดคุย รอฟัง
แต่ก็ไม่มีใครลุกไปเปิด พี่เขาเงียบฟังแล้วก็มีเสียงเคาะใหม่ ทีนี้ไม่ได้มีแค่เสียงเคาะ
แต่มันมีเสียงเรียกด้วยว่า กุมาแล้วเปิดประตูให้หน่อย กุมาแล้ว…เปิดประตูสิว่ะ

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7752.html

อันดับที่ 5 เจอขนาดนี้ใครจะอยู่


เรื่องของน้องที่ได้ไปเที่ยว โรงแรมแห่งหนึ่งที่เชียงใหม่ กับป้า ไปทำบุญ9วัด
ไปถึงโรงแรมตอนสองทุ่มกว่า บรรยกาศวังเวงมากแต่ก็สวยตรงกลางโรงแรม
เป็นบันไดแยกแบบบ้านผู้ดีสมัยก่อน แต่ก่อนเข้าพักก็ขอเข้าชมมห้องก่อน
พนักงานก็เดินนำพาป้ากับเราไปชมห้อง พอขึ้นไปถึงตรงพักบันไดเห็น
คนนั่งอยู่ริมสองฝากบันไดนั่งพิงกับราวบันได ตัวผมเกร็ง ตาโปน
เหมือนจะหลุดออกจากเบ้า ใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมองเรากับป้าเดินขึ้นบันได ตอนนั้น
มั่นใจแน่แล้วว่าไม่ใช่คน เกาะแขนกันแน่น แต่ก็เดินเข้าไปชมห้อง พวกที่
อยู่ตรงราวบันไดก็เดินตามมาด้วย พอไปถึงห้องพนักงานเปิดประตู พอเปิดเท่านั้นล่ะ
กลิ่นคาวเลือดนี่หึ่งทั้งห้อง มองขึ้นไปเห็นยันต์แผ่นนึงแปะอยู่

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7726.html

อันดับที่ 6 วิญญาณผู้หญิงติดตาม

วันนึงผมแอบไปนอนในรถตอนพักเที่ยง หลับไปได้ 30 นาที แม่ผมก็โทรมา
ก็รับสายคุยกับแม่โดยที่ไม่ลืมตา เพราะยังง่วง แต่ผมรู้สึกว่าที่มือผมมันมีอะไรบางอย่าง
พอวางหู ผมก็ลืมตาดูมือที่ถือโทรศัพท์ สิ่งที่เห็นคือ เส้นผมคนยาวๆสีดำพันมืออยู่
เส้นผมที่พันอยู่มันแฉะๆเนอะๆเหนี่ยวและเหม็นมาก มีเศษหนังติดอยู่เต็มไปหมด
ตอนนั้นในใจผมคิดขึ้นมาได้อย่างเดียวเลย “เส้นผมจากศพ” เหม็นมากๆ
ผมจึงรีบสบัดมันออก สะบัดๆ แต่ก็ไม่ออกมันพันมือผมแน่น จนผมใช้เท้าที่ใส่รองเท้าอยู่
เหยียบมือตัวเองแล้วรูดมือขึ้นเพื่อที่ให้ผมมันหลุดออกไป ตอนนั้นทั้งตกใจ จนจะอ้วก
สุดท้ายมันก็หลุด พอผมยกเท้าขึ้นไม่มีอะไรเลย ก้อนผมนั้นมันหายไปเฉยๆ

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7417.html

อันดับที่ 7 ผีเฮี้ยนในห้างดัง

ช่วงดึกๆ หัวหน้าวิศวกรปรับปรุงตึก ได้พักแล้วช่วนลูกน้องไปนั่งกินข้าวกัน ก็ช่วงนั่งกินอยู่นั้น
ก็เจอสาวคนหนึ่งนั่งอยู่มุมมืด เขาก็ให้ลูกน้องไปเรียกเธอคนนั้นเข้ามากินด้วย ลูกน้องก็เข้าไปถาม
ซึ่งก็ไม่มีเสียงตอบรับจากเธอคนนั้น แล้วก็บอกว่าหัวหน้า เรา ให้มาเรียกไปกินอาหารด้วยกัน
แต่เธอกลับ ตอบกลับมาช้าๆว่า “บ่ไปหรอก ให้หัวหน้าเธอมานั่งนี่ซิ” ฝ่าย ลูกน้องก็ตะโกน
ไปบอกหัวหน้า หัวหน้าก็ไม่ยอมย้ายไป เพราะนั่งกลุ่มเยอะกว่า อยากให้เธอย้ายมาแทน
เธอคนนั้นได้ยิน ก็ค่อยๆหันหน้ามาอย่างช้าๆมองแบบตาขวางๆหน้าเศร้าๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า
“หัวหน้า ไม่เจอกันนาน ยังใจดำเหมือนเดิมนะ” หัวหน้าก็งง เลยถามกลับไปว่าเป็นใครรู้จักผมได้ไง
เธอตอบกลับว่า “เวลาผ่านมาไม่นาน ทำเป็นจำหนูไม่ได้ ก็หนูติดอยู่ที่ต้นเสาชั้นสอง
ที่หัวหน้า ไม่ยอมเอาหนูออกมาไง” แค่นั้นละ หัวหน้าวิศวกร วิ่งป่าราบ ก่อนเพื่อนเลย

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/story-shock/2389.html




 
Copyright © 2014 siamVarietythailand. Designed by OddThemes