10 สนามฟุตบอล ที่แปลกและสวยที่สุด จากทั่วโลก

เพื่อเป็นการต้อนรับ ฟุตบอลโลก 2014 ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น เราขอนำภาพ สนามฟุตบอล ที่แปลกตาที่สุด สูงที่สุด ห่างไกลที่สุด และทิวทัศน์สวยงามที่สุด จากทั่วโลกมาให้ชมกัน แต่ละสนาม ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ตามลักษณะภูมิประเทศ และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะในประเทศ Tajikistan, Morocco, Greenland หรือแม้แต่ประเทศไทยเอง ก็มี สนามฟุตบอล แปลกประหลาดที่คุณอาจยังไม่เคยเห็นมาก่อน
Ottmar Hitzfeld Stadium ในประเทศ Switzerland เป็น สนามฟุตบอล ที่สูงที่สุดในยุโรป โดยมีความสูงที่ 2,000 เมครเหนือระดับน้ำทะเล (Image credit: Anthony Cullen/Ford Fascinating World of Football)

สนามฟุตบอล ตั้งอยู่กลางเมือง La Paz, Bolivia (Image credit: Bloomberg/Getty Images)

สนามฟุตบอลลอยได้ที่เกาะปันหยีในจังหวัดพังงาบ้านเรานี่เอง (Image credit: Larry Goodman/Alamy)

สนามฟุตบอลกลางทะเลทรายที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Agdz, Morocco (Image credit: Cultura/Rex)

Adidas Futsal Park ใน Tokyo ตั้งอยู่บนดาดฟ้าตึกห้างสรรพสินค้า Tokyu Toyoko ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่าน Shibuya (Image credit: Shaun
Botterill/FIFA/Getty Images)

สนามฟุตบอล Victoria ตั้งอยู่ในร่มเงาของโขดหินใน Gibraltar ดินแดนโพ้นทะเลของ United Kingdom (Image credit: Marcos
Moreno/AFP/Getty Images)

สนามฟุตบอลสาธารณะใน Sao Carlos favela, Rio de Janeiro ประเทศ Brazil (Image credit: Tony Burns/Getty Images/Lonely Planet Image)

The Float สนามฟุตบอลลอยน้ำที่ Marina Bay, Singapore เป็นสนามฟุตบอลลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Image Credit: Paul Briden/Alamy)

สนามฟุตอลใน Tasiilaq, Greenland. (Image credit: Grant Dixon/Getty Images/Lonely Planet Image)

สนามฟุตบอลที่ประเทศ Tajikistan ที่ความสูง 2,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล (Image credit: Jean-Philippe Tournut/Getty Images)
Source: The Guardian

ลาวาสีครามจากภูเขาไฟคาวาอิเจน (Kawah Ijen) บนเกาะชวาตะวันออกของประเทศอินโดนีเซีย เกิดจากลาวาที่อยู่ใต้ดินที่มีความร้อนสูงเผาไหม้กำมะถันเข้มข้นที่อยู่บนพื้นผิว
สายฟ้าในภูเขาไฟคือปรากฏการณ์ประหลาดที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Dirty Thunderstorm”ซึ่งเกิดต่อเมื่อสายฟ้าเกิดขึ้นตอนที่ภูเขาไฟระเบิดพอดี
Salar de Uyuni เป็น ทะเลเกลือ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ โบลิเวีย (Bolivia) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร ตามตำนานจากปากคนท้องถิ่น เล่าว่า ทะเลเกลือ Salar de Uyuni เกิดจากน้ำตาอันพรั่งพรูผสานกับน้ำนมที่หลั่งรินของนางยักษี Tunupa ที่ร้องไห้ขณะให้นมลูก หลังจากถูก Kushku ผู้เป็นสามีทิ้งไป ทะเลเกลือ แห่งนี้ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Salar de Tunupa
ไบโอลูมิเนสเซนท์ เบย์ (Bioluminescent Bay) หรือ อ่าวยุง (Mosquito bay) ในชื่อท้องถิ่น ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะVieques ในทะเลคาริบเบียน เขตประเทศเปอร์โตริโก สำหรับความมหัศจรรย์ของอ่าวเรืองแสงนั้นเกิดจากแพลงตอนพืชและสัตว์ขนาดเล็กที่เรียกกว่า ไดโนแฟลกเจลเลต (Dinoflagellates) กว่า 720,000 เซล ต่อน้ำหนึ่งแกลลอนที่อาศัยอยู่ในน้ำทะเลบริเวณดังกล่าว


เมอร์เมอร์เรชัน (Murmuration) เป็นพฤติกรรมของนกกิ้งโครงจำนวนมากมารวมตัวกัน บางทีอาจมีจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนตัว ซึ่งการรวมกลุ่มของมัน นอกจากจะช่วยกันหาอาหารแล้ว ยังช่วยสร้างกลไกป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อของนกนักล่าอย่าง เหยี่ยว ซึ่งตามปกติแล้วมักจะไม่นิยมเข้าโจมตีกลุ่มนกฝูงใหญ่เช่นนี้
Mexico’s underwater river Cenote Angelita Cave คือถ้ำที่อยู่แถว cancun ซึ่งความจริงคือภาพลวงตาที่เกิดจาก hydrogen sulfate ผสมกับน้ำทะเล ทำให้มันหนักกว่าน้ำทะเลทั่วไป มันจึงจมลงใต้ท้องทะเลและมีการแบ่งชั้นกับน้ำทะเลทั่วไปเหมือนกับเปนแม่น้ำใต้
ความเร็วแรงที่โลกยังต้องยอมให้ความอันตรายที่ไม่มีใครกล้าสบประมาทความยิ่งใหญ่ทรงพลัง เหนือกว่าที่ใครจะคาดคิด เมื่อรวมเข้ากับความดุดัน เกรี้ยวกราด ไม่สนใครที่ไหน นั่นคือ ‘Supercell’
ปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่หายากเมฆ Morning Glory เชื่อกันว่าเป็นผลมาจากการปะทะกันระหว่างหน้าปกคลุมทะเล ในตอนกลางคืนอากาศผ่านเคปยอร์กจะเย็นตัวและสไลด์ลงใต้ชั้นอากาศอุ่นซึ่งจะนำไปสู่ปรากฏการณ์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระดับต่ำจะมีความสูงประมาณ 1-2 กม. และสามารถขยายได้ยาวนานถึง 1,000 กิโลเมตร
ปรากฏการณ์กำแพงน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่า ปรากฏการณ์คลื่นทะเลหนุน (Tidal bore) มักจะเกิดขึ้นในบริเวณรอยต่อระหว่างแม่น้ำกับทะเล ซึ่งแม่น้ำจะมีความแคบลง เมื่อถึงช่วงเวลาที่ดวงจันทร์ทำให้เกิดน้ำลงต่ำสุด แทนที่น้ำจากแม่น้ำจะไหลลงทะเล ตามปกติ กลับทุกน้ำทะเลหนุนกลับเข้ามา ปะทะกับน้ำในแม่น้ำเกิดเป็นคลื่นที่เคลื่อนที่สวนทางกับทิศทางการไหลของแม่น้ำเดิม โดยปกติจะมีความสูงประมาณ 1 ฟุต แต่บางแห่งอาจสูงได้ถึง 10 ฟุต
คลื่นหินยักษ์ หรือ Hyden Wave Rock เป็นหินแกรนิต รูปทรงและสีสันซึ่งเป็นทางยาวดิ่งลงพื้น ให้ความรู้สึกคล้ายกับเกลียวคลื่นยักษ์ ลักษณะพิเศษนี้เกิดจากการชะล้างและกัดเซาะโดยน้ำฝน มวลทราย และความแรงของกระแสลม ผสมผสานจนเกิดเป็น คลื่นหินยักษ์ สูง 50 เมตร ยาว 110 เมตร
กลุ่มเมฆที่ดูเหมือนพายุทะมึน เป็นปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่หาชมได้ยาก
“แฟรี่ เซอร์เคิล” (Fairy circle) หรือ “วงกลมนางฟ้า” อีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แท้จริงแล้วอาจเป็นผลงานของ “ปลวกทราย” ที่จะพากันมากัดแทะรากของไม้ยืนต้นและทุ่งหญ้าในบริเวณดังกล่าว และค่อยๆเปลี่ยนเป็นวงไปตามแนวการกัดกินของปลวก เมื่อมีฝนตกลงมา ต้นหญ้าจะดูดซับน้ำเอาไว้ กลายเป็นดั่งอ่างเก็บน้ำแห่งสำคัญของทั้งพืชและปลวก
เสาแสง (Light pillar) เป็นชื่อเรียกปรากฏการณ์ทางแสงซึ่งเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศที่มีรูปแบบเป็นเส้นตรงแนวตั้งซึ่งอาจจะแผ่ขึ้นไปข้างบนหรือแผ่ลงมาข้างล่างของแหล่งกำเนิดแสงก็ได้ ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการสะท้อนของแสงจากผลึกน้ำแข็งเล็กๆในชั้นบรรยากาศหรือก้อนเมฆ แหล่งกำเนิดแสงของปรากฏการณ์นี้มาจากดวงอาทิตย์























